ยว่ฉีฟัง
ดังนั้นเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาคนนี้จึงรู้สึกสงสารนางแล้วรีบรุดเข้ามายืนขอโทษขอโพย
คนของสกุลเยว่ช่างแปลกประหลาดนัก หญิงสาวทั้งสองล้วนมีจิตใจโอบอ้อมอารี เมื่อเทียบกับหลินเมิ้งหวู่แล้ว นางร้ายกาจและไม่มีน้ำอดน้ำทน
“ไม่หรอก อีกไม่นานพวกเราก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ดังนั้นควรจะทำความรู้จักกันไว้ ต่อจากนี้ไปพวกเราไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ดีหรือไม่?”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้เยว่ฉีพยักหน้าลงอย่างเอาเป็นเอาตาย
ทว่าหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าเย็นชาของหลงเทียนอวี้ เยว่ฉีพลันส่ายหน้า ขยับเข้าไปใกล้หูของหลินเมิ้งหยาพลางกระซิบ
“ท่านอ๋องของท่านแม้จะหล่อเหลา แต่เย็นชาเกินไป ข้าเกรงว่าหากไปแล้วจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น”
เด็กคนนี้น่ารักยิ่งนัก ร่าเริงแจ่มใส ถูกใจหลินเมิ้งหยาเหลือเกิน
“ไม่หรอก ที่ตำหนักของข้ายังมีเด็กสาวอีกหลายคน หากพวกเจ้าได้เจอกันสักครั้งจะต้องชอบแน่ๆ”
อุปนิสัยของเยว่ฉีคล้ายคลึงกับป๋ายจื่อไม่มีผิด
แม้จะต้องสู้รบตบมือไม่เว้นวัน แต่ความไร้เดียงสาของป๋ายจื่อยังคงเหมือนเดิม
หากจวนของนางมีเด็กสาวร่าเริงเช่นนี้อยู่ ชีวิตของนางคงมีสีสันมากขึ้น
เยว่ถิงและเยว่ฉีอยู่คุยกับหลินเมิ้งหยาอีกสองสามประโยค สุดท้ายต้องจำใจเดินกลับไปยังที่นั่งของตนเอง
เพิ่งสังเกตเห็นว่างานเลี้ยงเช่นนี้ไม่เหมาะแก่การทักทายผู้อาวุโส วันหน้านางจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนว่าที่พ่อตาแม่ยายของท่านพี่ให้ได้
หลังจากดื่มเ