“ท่านอ๋องอวี้ ข้าเพียงแต่มาเตือนพี่ชายของข้าก็เท่านั้นว่าอย่าไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งด้วย”
หูลู่หนานกลับคำในบัดดล น้ำเสียงที่ตอบกลับอ่อนโยนอ่อนหวาน
ทว่าหลงเทียนอวี้ไม่หลงกลง่ายๆ ทว่าทำเพียงส่งสายตาเป็นเชิงเตือนเท่านั้น
หูลู่หนานรู้สึกหมดอารมณ์ ส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินกลับไปยืนข้างกายฮ่องเต้หมิง
“น้องชายของท่านคนนั้นหาใช่คนดีอย่างที่แสดงออกไม่”
หลงเทียนอวี้มองตามแผ่นหลังของหูลู่หนาน กดเสียงให้เบาลงขณะพูด
หูเทียนเป่ยกลับไม่รู้สึกใส่ใจกับการที่น้องชายถูกมองเช่นนี้ ราวกับว่าเขาเคยชินเสียแล้ว
“ลู่หนานมักเป็นเช่นนี้เสมอ ข้าหวังว่าพวกท่านจะไม่ถือสา”
พี่น้องคู่นี้ช่างน่าประหลาดนัก หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงแต่ไม่พูดอะไร
“เมิ้งหยา ท่านนี้คือองค์ชายรัชทายาทของฮ่องเต้หมิง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนกับชิงหาน”
หลงเทียนอวี้ส่งเสียงอธิบายเบาๆ ทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เคยได้ยินพระสนมเต๋อเฟยพูดว่าหลงชิงหานมักจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนใหญ่คนโต คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์ชายต่างเมือง
“วันนั้นข้าไร้มารยาทเกินไป หวังว่าพระชายาอวี้จะให้อภัย”
หลินเมิ้งหยาเล่าเรื่องที่วัดว่านฝอให้กับหลงเทียนอวี้ฟังหมดแล้ว
แม้ตอนนี้จะมั่นใจแล้วว่าคนที่ลักพาตัวนางไปคือองค์ชายรองของฮ่องเต้หมิง แต่หลินเมิ้งหยายังไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังยังมีผู้บงการอื่นใดอีกหรือไม่
“ไม่เป็น