ไรเพคะ องค์ชายอย่าได้ใส่ใจไปเลย”
นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หลินเมิ้งหยามองออกว่าองค์ชายผู้นี้หาใช่คนคิดเล็กคิดน้อย อีกทั้งยังเป็นคนรักอิสระและความรื่นรมย์ เพราะเหตุนี้จึงเข้ากันได้ดีกับหลงชิงหานสินะ
“เชิญองค์ชายไปประทับยังที่นั่งเถิด อีกเดี๋ยวไท่จื่อและฮองเฮาก็จะเสด็จมาถึงแล้ว”
หูเทียนเป่ยพยักหน้าลง ก่อนจะกลับไปหาฮ่องเต้หมิง
หลงเทียนอวี้คลายมือออกจากบ่าของหลินเมิ้งหยา เมื่อครู่พวกเขาถูกสายตาผู้อื่นจับจ้องมากเกินไป
งานเลี้ยงดำเนินการตามปกติ เหล่าขุนนางและฮูหยินทั้งหลายล้วนนั่งลงบนที่นั่งของตนเองพลางส่งเสียงกระซิบกระซาบ
“นั่นชายาอวี้อย่างนั้นหรือ?”
“มีดีอะไรกัน ที่ได้แต่งงานก็เพราะอาศัยบารมีของเจิ้นหนานโหวมิใช่หรือ?”
“โหยว พอได้ฟังจากน้ำเสียงหึงหวงของเจ้าแล้ว หรือว่าเจ้ายังคงหลงรักท่านอ๋องอวี้อย่างนั้นหรือ?”
หลินเมิ้งหยาได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของผู้คนโดยรอบ
นางหยิบถ้วยที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะอาหาร จิบเล็กน้อย ตอนแรกนางมิอยากทำตัวเป็นจุดสนใจ แต่น่าเสียดายที่นางโดดเด่นมากไปหน่อย
“ฮองเฮาเสด็จ…ไท่จื่อเสด็จ…”
เสียงร้องประกาศของขันทีดังขึ้น ครู่ต่อมาเสียงพูดคุยในตำหนักหยวนซานจึงหยุดลง
ทุกคนลุกขึ้น โบกมือไปทางประตู
“ฮองเฮาอายุยืนหมื่นปีหมื่นหมื่นปี ไท่จื่ออายุยืนหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”
หลินเมิ้งหยารวมถึงชายาทุกคน ชายาของเหล่าองค์ชาย หรือแม้กระทั่งฮ่องเต้หมิงและองค์ชายล้วนถวายโค้งถวายคำนับ
“ได้โปรดลุก