“ยังจะปากดีกับข้าอีกหรือ พูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าเป็นผู้ผิด! นังแพศยา จะไม่พูดใช่หรือไม่! เช่นนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
มิใช่ว่าหลินเมิ้งหวู่พยายามดึงดัน แต่เพราะนางไม่อาจส่งเสียงให้ชัดเจนได้
เหตุเพราะใบหน้าของนางถูกตบตีจนบวมเป่ง แม้แต่ริมฝีปากก็อ้าไม่ออก
“จะตายหรือไม่เจ้าคะ?”
ป๋ายซ่าวแอบกระตุกชายเสื้อหลินเมิ้งหยา แม้การได้เห็นคุณหนูรองถูกตบตีจะเป็นเรื่องน่าสนุก แต่นางไม่อาจแสดงท่าทีผ่อนคลายได้อย่างหลินเมิ้งหยา
“กลัวอะไร? ดูนั่น มีคนมาแล้วนั่นไง”
ขณะที่พูด ขันทีผู้รับผิดชอบดูแลงานสองสามคนเดินเข้ามา
ดูสถานการณ์ สุดท้ายเอ่ยโน้มน้าวให้ชายารองสกุลหยางปล่อยหลินเมิ้งหวู่ไปสักครั้ง
บางทีชายารองสกุลหยางอาจคำนวณเอาไว้ก่อนแล้ว มิเช่นนั้น ขันทีคนนั้นคงไม่ปล่อยให้นางตบตีจนพอใจก่อนจะปรากฏตัวออกมาห้าม
ช่างเป็นชายารองที่ใจกล้าบ้าบิ่นเสียจริง ดูท่าชีวิตขององค์ชายแปดคงไม่ต่างอะไรจากการตกนรกทั้งเป็น
“งานเลี้ยงตระเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกท่านได้โปรดตามหนู่ฉายมาเถิด”
ครู่ต่อมา มีขันทีจำนวนหนึ่งเข้ามาเชิญทุกคนเข้าไป
หลินเมิ้งหยาเดินตามหลังฝูงชน นางมิได้เปิดเผยตัวตน
มีบางคนสงสัยจึงเข้ามาถามว่านางเป็นฮูหยินของสกุลไหน ทว่าหลินเมิ้งหยากลับทำเพียงยิ้มและเดินผ่านไป
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ตำหนักหยวนซาน
หลินเมิ้งหยาได้ยินเสียงต้นไผ่ลู่ลมไกลๆ
กลิ่นหอมของอาหารรสเลิศและเหล้าชั้นยอดโชยออกมา สายลมเย็นยามค่ำคืนอาบชโลมร