่างจนผู้มาร่วมงานรู้สึกเมามาย
ฮูหยินและคุณหนูทุกคนล้วนเข้าไปนั่งยังตำแหน่งของตนเอง มีเพียงหลินเมิ้งหยาที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางสง่างามทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจ
“ฮูหยินท่านนี้ ไม่ทราบว่าฟู่จวินของท่านคือ?”
เป็นครั้งแรกที่เคยเห็นฮูหยินหน้าตาสวยสดงดงาม แม้แต่ขันทียังรู้สึกเกรงใจ มองซ้ายมองขวา มิมีฮูหยินคนไหนเลยที่จะงดงามเทียบเทียมนางได้
“ข้าคือ…”
“ท่านนี้คือชายาของข้าหลินเมิ้งหยา”
ยังไม่ทันที่หลินเมิ้งหยาจะได้พูดออกไป เสียงทุ้มต่ำพลันร้องขัดขึ้น ขันทีรู้สึกราวกับถูกไฟช็อต สายตาจ้องมองพระชายาผู้งดงามตรงหน้า
นี่…นี่คือพระชายาโง่เขลาที่ถูกโจษจันกระนั้นหรือ?
“ท่านอ๋อง เหตุใดจึงมาที่นี่ได้หรือเพคะ?”
หลงเทียนอวี้สวมใส่ชุดสีขาว บนเสื้อปักดิ้นทองลายมังกรสี่กรงเล็บ เส้นผสยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นเป็นมวย อีกทั้งยังประดับมงกุฎสีทองเอาไว้
ร่างกำยำสูงยาว ใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์ แม้จะอยู่ในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าราชนิกุล แต่เขามิได้ด้อยไปกว่าใครเลย
อีกทั้งยังแย่งความโดดเด่นจากทุกคนไปอีกด้วย
เห็นหลินเมิ้งหยายืนอยู่หน้าประตูมิพูดมิจา เขาจึงละทิ้งแขกที่ต้องคอยต้อนรับแล้วเข้ามารับพระชายาผู้เลอโฉมของเขา
“ชายาอวี้เสด็จ…”
ขันทีรีบส่งเสียงร้องผ่านลำคอ เสียงนี้ดึงดูดสายตาของผู้คนในงานให้หันมามอง แววตาของพวกเขาล้วนเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม
ท่ามกลางสายตาของทุกคน หลงเทียนอวี้ยื่นมือเข้าไปกุมมือของหลินเมิ้งหยาแ