“หลงเทียนอวี้ ข้าขอเตือนเจ้าอย่าได้ทำตัวรุ่มร่าม!”
หลินเมิ้งหยาโกรธแทบบ้า ใบหน้าเรียวเล็กบึ้งตึงประหนึ่งต้องการกินคนก็ไม่ปาน
สีหน้าของหลงเทียนอวี้เองก็มิได้น่ามอง
นางบังอาจคิดจะเปลี่ยนคู่นอน อีกทั้งยังแสดงกิริยาหยิ่งยโสโอหังต่อหน้าเขาอีก
ผู้หญิงคนนี้มิได้คิดว่าตนเองเป็นชายาของเขาเลยสินะ?
“เจ้าเป็นชายาของข้า เหตุใดจึงกล่าวว่าข้ารุ่มร่ามเล่า?”
แม้เขาจะไม่รู้สึกสนใจผู้หญิง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงตรงหน้ายังไม่ยินยอมให้เขาเข้าใกล้
แต่…นางเป็นชายาของเขา เขารู้สึกว่าตนเองควรทำให้นางได้รู้ถึงข้อสำคัญข้อนี้
“ข้า…หม่อมฉันหาใช่ชายาของพระองค์ หม่อมฉันเป็นเพียงชายาแค่ในนามเท่านั้น หม่อมฉันคือจอมวางแผน หม่อมฉันคือมีด หม่อมฉันไม่มีทางเป็นชายาของพระองค์!”
เมื่อตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก หลินเมิ้งหยาไม่อาจสนใจอะไรมากมายนัก
นางและหลงเทียนอวี้ควรแบ่งขอบเขตกันอย่างชัดเจน
นางไม่มีทางหวั่นไหวเพราะเขา หลงเทียนอวี้เองก็ไม่มีทางหวั่นไหวเพราะนาง
สู้ทุกคนพูดกันอย่างชัดเจนเสียตั้งแต่ตอนนี้ ต่อจากนี้ไปจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้การกระทำของหลงเทียนอวี้หยุดลง
ดูเหมือนหลินเมิ้งหยาจะชอบชิงหูแล้วจริงๆ
มิเช่นนั้น นางจะละทิ้งตำแหน่งพระชายาทำไม
ทว่า หัวใจพลันรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่นานนัก
“เจ้า…พูดถูก”
หลินเมิ้งหยาเป็นคนมีพรสวรรค์ที่หาตัวจับยาก หลงเทียนอวี้ยอมรับจุดเด่นข้อนี้ข