“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร? ใส่ร้ายพระชายาจะต้องได้รับโทษ!”
สายตามิถึงพอใจของจื่นเยว่ทำให้ร่างของหลินเมิ้งหวู่สั่นเทิ้ม แต่ซ่างกวนฉิงผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างมากมาย ดังนั้นนางจึงเห็นจิ่นเยว่เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่งเท่านั้น
ต่อให้ใบหน้าของพระสนมเต๋อเฟยจะเผยให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยว แต่นางก็ไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย
“สิ่งที่หม่อมฉันพูดล้วนเป็นความจริงทุกประการเพคะ คนภายนอกล้วนไม่รู้เรื่องภายใน พวกเขากล่าวหาว่าหม่อมฉันอิจฉาฮูหยินคนก่อนของท่านโหว ดังนั้นจึงขังหยาเอ๋อร์เอาไว้ในเรือน ทว่ามีเพียงหม่อมฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดี หากมิใช่เพื่อปกป้องชื่อเสียงของจวน แล้วเหตุใดหม่อมฉันจะต้องยอมเสียชื่อเสียงด้วยล่ะเพคะ”
ทั้งน้ำเสียงและหยาดน้ำตาล้วนเสแสร้ง หากหลินเมิ้งหยาได้เห็นเข้าคงปรบมือให้
บางทีนางอาจจะยกเก้าอี้และชามาจิบเพื่อดูละครตรงหน้าเลยก็เป็นได้
แม้พระสนมเต๋อเฟยจะไม่เชื่อ แต่เพราะบริเวณรอบๆ มีเพียงสาวใช้ อีกทั้งพระชายายังหายตัวไปจริงๆ
ดังนั้นพระสนมเต๋อเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัด
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงเกียรติยศของจวนอวี้ ดังนั้นรอหยาเอ๋อร์กลับมาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย”
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามิทรงเชื่อคำพูดของสองแม่ลูก
ใบหน้างดงามของพระสนมเต๋อเฟยเผยให้เห็นเพียงความเย็นชา
หลินเมิ้งหยาหาใช่คนที่จะหนีตามผู้ชายไปไม่ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ถึงอย่างไรฮูหยินหลินก็ไม่มีทางร้อง