จริงอีกต่อไป
“โอ้ ทางซีฟานมาเยือนเมืองหลวงของพวกเราและได้มอบกระโปรงผ้าไหมปักดิ้นทองลายคางคกให้กับพี่สาม ตอนแรกกระหม่อมคิดจะอุบเอาไว้แล้วเอาไปให้คนที่กระหม่อมชอบ แต่ใครจะรู้เล่าว่าพี่สามจะเก็บเอาไว้เสียเอง อีกทั้งยังนำมันมามอบให้พี่สะใภ้สาม เฮ้อ ดูท่าน้องชายอย่างกระหม่อมจะถูกลืมเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลงชิงหานพูดพลางเบะปากไม่พอใจไปทางหลินเมิ้งหยา
ขณะเดียวกันหลินเมิ้งหยาก้มศีรษะต่ำพลางแสดงท่าทีขวยเขินเพื่อให้ความร่วมมือกับเขา
ตอนนี้บรรยากาศพลันอบอวลไปด้วยความรักหวานซึ้ง
ใครจะรู้เล่าว่าท่านอ๋องผู้มีใบหน้าเย็นชาเสมอจะคิดถึงคะนึงหาพระชายาของตนเองเช่นนี้
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ หากองค์ชายหกไม่รังเกียจแล้วละก็ หม่อมฉันให้ยืมก็ได้นะเพคะ”
นางเงยหน้า มุมปากหยักยิ้มอ่อนหวาน
ราวกับต้องการจะบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่าทุกห้องหัวใจของหลงเทียนอวี้มีแต่นางเพียงผู้เดียว
“เฮ้อ ข้าคงมิบังอาจ หากพี่สามรู้เข้าละก็ ข้าจะต้องถูกถลกหนังอย่างแน่นอน!”
ศีรษะของหลงชิงหานส่ายไปมาเหมือนของเล่นป๋องแป๋ง
พระสนมเต๋อเฟยพอจะเดาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
อวี้เอ๋อร์ได้รับชุดกระโปรงมา ดังนั้นจึงรีบร้อนนำมาให้หยาเอ๋อร์
แต่…หยาเอ๋อร์ไปวัดกับนาง
บางทีอาจเพราะถูกอวี้เอ๋อร์มารับไป ดังนั้นจึงกลับมาผิดเวลา
ยังดี แม้หัวใจเกือบจะหยุดเต้นแล้วก็ตาม
“พี่ชายของเจ้าจะถลกหนังเจ้าได้อย่างไร? ซนจริงๆ เลย แล้วเหตุใดเจ้าจึงกลับมาพร้อมกับพี่สะใภ้สามข