งนี้ทำคนตกม้าตายมานักต่อนัก หากข่าวลือเสียๆ หายๆ ถูกแพร่ออกไปคงมิเป็นการดี”
หลินเมิ้งหยานั่งลงข้างกายพระสนมเต๋อเฟยด้วยท่าทางว่านอนสอนง่าย ส่งยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไร
“แม่เลี้ยงของเจ้า…หยาเอ๋อร์ ปัญหาเช่นนี้มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ต่อจากนี้ไปเจ้าต้องตั้งสติให้ดี ห้ามให้ใครหาโอกาสใดๆ ได้อีก”
พระสนมเต๋อเฟยชอบใจเลยที่ซ่างกวนฉิงและฮองเฮาร่วมมือกันเช่นนี้
กอปรกับข่าวลือหนาหูที่ด้านนอกนั้นอีก หยาเอ๋อร์คงลำบากไม่น้อยที่มีแม่เลี้ยงเช่นนี้
“หยาเอ๋อร์เข้าใจแล้วเพคะ หม่อมฉันทำให้หมู่เฟยต้องเป็นกังวลแล้ว”
คิดไม่ถึงเลยว่าขณะที่นางถูกลักพาตัวไป ซ่างกวนฉิงจะหาข้ออ้างมาใส่ร้ายป้ายสีนางเช่นนี้
แอบไตร่ตรองอยู่ในใจ เกรงว่าเรื่องนี้จะต้องมีลับลมคมในบางอย่างอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ ข้าเองก็เหนื่อยแล้วจริงๆ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด จิ่นเยว่ นำเงินหนึ่งพันตำลึงให้หานเอ๋อร์เป็นรางวัลตอบแทนที่พาหย๋าเอ๋อร์กลับมา”
หลงชิงหานหยักยิ้มประหนึ่งจิ้งจอกตัวน้อย หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจ
ทั้งเสื้อผ้าหรือแม้แต่เครื่องประดับล้วนเป็นของมีราคา
แต่เหตุใดเขาจึงยิ้มเสมือนหมากระดิกหางเพียงเพราะได้เงินหนึ่งพันตำลึงเช่นนี้?
ทั้งสองเดินนำหน้าและตามหลังกันออกจากตำหนักหยาเสวียน
จนกระทั่งกลับมายังตำหนักหลิวซิน หลินเมิ้งหยาจึงหุบยิ้ม
ฉีกยิ้มว่าเหนื่อยแล้ว ยิ่งยิ้มอ่อนหวานก็ยิ่งเหนื่อย!
แต่เพราะเหตุใดหลงชิงหานจึงหาตัวนางเจอตอนเดินทางกลับได้เพี