่นางฟื้นคืนสติแล้ว
“เชิญ”
หลินเมิ้งหยาก้าวเท้าลงจากรถม้า พยุงป๋ายจื่อ ท่าทางมิเหมือนคนที่ถูกจับตัวมาเลยแม้แต่น้อย
ด้านนอก แสงอาทิตย์ยามลาลับขอบฟ้าปรากฏขึ้นทั่วทั้งผืนฟ้า
คิดไม่ถึงเลยว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานขนาดนี้แล้ว
หลินเมิ้งหยามองดูภาพตรงหน้า ที่นี่เป็นเพียงเรือนสี่ประสาน1ทรุดโทรมธรรมดา บริเวณรอบๆ คือพื้นนาสีทอง บางทีที่นี่น่าจะอยู่ในเขตชานเมือง
“พระชายาอวี้อุตส่าห์เสด็จมาถึงที่นี่ น่าเสียดายที่ไม่ได้จัดงานต้อนรับ”
อยู่ๆ เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายในเรือน
หลินเมิ้งหยาไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมา แม้แต่ความหวาดกลัวสักนิดก็ไม่มี
ได้เห็นชายวัยกลางคนที่อยู่ในเรือนกำลังเดินออกมา เสื้อผ้าบนร่างเป็นสีฟ้าเข้ม สีหน้าแววตาอ่อนโยน
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูเป็นคนจิตใจดี ทว่าแววตากลับไม่เป็นเช่นนั้น
“มิบังอาจ ในเมื่อข้ามาแล้ว เหตุใดเจ้านายของพวกเจ้ายังคงหลบๆ ซ่อนๆ มิยอมเผยตัวกันเล่า หรือเขาเป็นคนขี้ขลาด?”
แม้คนตรงหน้าจะดูน่าเกรงขาม แต่ถึงกระนั้นเขาหาใช่เจ้านายไม่
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกาย ทว่ามิได้ปฏิเสธ
“เจ้านายของข้าอยู่ด้านใน เชิญ!”
หลินเมิ้งหยาเยื้องย่างเข้าไปในเรือนเล็ก แม้ด้านนอกจะดูธรรมดา ทว่าด้านในกลับกว้างขวาง
มีการดูแลป้องกันอย่างแน่นหนา ชายสวมชุดดำจำนวนนับไม่ถ้วนยืมล้อมเรือนหลังนี้เอาไว้
ลงมืออย่างอุกอาจ นอกจากความเป็นไปได้ที่ว่าอาจจะเป็นโจรในท้องที่แล้ว ก็อาจจะถูกใค