หลินเมิ้งหยาส่งสัญญาณผ่านทางสายตาให้ป๋ายจีที่อยู่ด้านหลัง นางรีบผลักประตูหลังออกไปดูทันที
ได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
โชคดีที่องครักษ์ของจวนกำลังคุ้มครองรถม้าอยู่ ดังนั้นราษฎร์จึงมิอาจย่ำกรายเข้ามาประชิดรถม้าได้
“นายหญิง เป็นพวกลี้ภัยนอกเมืองมาล้อมรถม้าเพื่อขออาหารกินเจ้าค่ะ หนู่ปี้เป็นผู้สั่งให้องครักษ์นำอาหารและเสื้อผ้าเก่าไปแจกจ่ายแก่คนเหล่านั้นแล้วเจ้าค่ะ”
ป๋ายจีเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว เมื่อรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นผู้ลี้ภัยและเป็นคนยากคนจน นางจึงสั่งห้ามองครักษ์ทำร้ายคนเหล่านั้น
“อืม ดีมาก หมู่เฟยคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”
พระสนมเต๋อเฟยพยักหน้าลง นางเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ทุกครั้งที่ออกมาไหว้พระก็มักจะนำของมาบริจาคด้วยทุกครั้ง
“เจ้าเด็กคนนี้ทำได้ดีมาก อันที่จริงของพวกนี้ก็นำมาเพื่อแจกคนยากคนจนอยู่แล้ว ในเมื่อคนเหล่านั้นมาแล้ว พวกเราจะเก็บไว้ก็ใช่เรื่องมิใช่หรือ?”
หลินเมิ้งหยาแอบแหวกผ้าม่านออกเล็กน้อย มองดูเหตุการณ์ภายนอก ล้วนเป็นพวกยาจกสวมใส่ชุดขาดวิ่น
สิ่งที่พวกนางจะให้ได้เป็นเพียงของเล็กๆ น้อยๆ หากจะแก้ปัญหาความยากจนของทั้งประเทศ คงมิอาจพึ่งกำลังของพวกนางเพียงฝ่ายเดียว
ผู้มีอำนาจรู้จักเพียงการพึ่งพาอาศัยกัน แก่งแย่งชิงดีผลประโยชน์ของกันและกัน แต่พวกเขากลับลืมรากฐานที่สำคัญของประเทศอย่างพวกผู้ลี้ภัยเหล่านี้
ผู้ลี้ภัยถูกอาหารและเสื้อผ้าเบี่ยงเบนความสนใจ ในที่สุดรถม้าก็สามารถเคล