ื่อนที่ต่อไปได้
วันนี้เป็นวันดีในการไหว้พระขอพร ตลอดทั้งเช้าล้วนมีรถม้าของตระกูลขุนนางทั้งหลายเดินทางเข้ามายังตีนเขาไม่ขาดสาย
โชคดีที่พระสนมเต๋อเฟยเป็นแขกคนสำคัญของวัด ดังนั้นจึงมีเณรน้อยรออยู่ที่หน้าประตูวัดด้วยความหวังอยู่ก่อนแล้ว
“ถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย อาตมามีนามว่าชิงเยว่ พระสนมเต๋อเฟยทรงมีความเมตตากรุณาเหลือเกิน”
เณรน้อยอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น ใบหน้ากลมกลึงรูปไข่ ขนคิ้วละเอียดอ่อน สวมใส่จีวรเรียบง่าย แต่กลับดูน่าเลื่อมใสยิ่งนัก
“ท่านกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
นิ้วมือทั้งสิบของพระสนมเต๋อเฟยประกบกัน ก่อนจะทำความเคารพ จากนั้นเดินตามหลังเณรรูปนั้นขึ้นบันไดหินไป
“ป๋ายจี เจ้าคอยดูแลรถม้าอยู่ที่นี่ ป๋ายจื่อจงไปที่วัดกับข้า หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นจงรีบมารายงานข้าทันที”
พยักหน้าลง ป๋ายจีจึงรออยู่ที่รถม้า
มีคนมาไหว้พระค่อนข้างมาก แต่ถึงกระนั้นสถานะของพระสนมเต๋อเฟยและหลินเมิ้งหยากลับสูงศักดิ์กว่าคนเหล่านั้นทั้งหมด
แต่เพราะความแออัด ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจว่าใครสูงศักดิ์กว่าใคร
เวลาเพียงไม่นาน หลินเมิ้งหยาและป๋ายจื่อก็ต่อแถวอยู่ทางด้านหลัง ตรงกลางมีแขกที่มาไหว้พระกั้นไว้ประมาณสองสามคน
นอกจากสามเณรภายในวัด องครักษ์ล้วนรออยู่ที่ตีนเขา
ใบหน้าของหลินเมิ้งหยางดงามเกินกว่าใคร ทว่านางกลับแต่งตัวเรียบง่าย ดังนั้นจึงมิได้ดึงดูดความสนใจจากใคร
วัดโบราณแห่งนี้เงียบสงบและสวยงาม น้าจิ้งเยว่เข้า