ืนเงียบอยู่อีกฝั่งพลางมองใบหน้าเย็นชาของท่านอาตรงหน้า
“ท่านอามีพระคุณต่ออู๋เฉินมาก อู๋เฉินไม่มีทางลืม แต่ท่านอ๋องเป็นเจ้านาย แม้แต่ท่านอาก็ยอมรับแล้วมิใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่ยอมยกโทษให้อู๋เฉินเล่า?”
น้ำเสียงของป๋ายหลี่อู๋เฉินเจือไว้ซึ่งความเจ็บปวด นั่นเท่ากับว่าความรู้สึกที่เขามีให้ป๋ายหลี่รุ่ยลึกซึ้งเกินพรรณนา
ในจวนมีนักวางแผนมากมาย ทว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินเป็นหัวหน้าของคนเหล่านั้น
หลงเทียนอวี้เองก็ยินยอมที่จะเลี้ยงดูเขา ถึงขั้นที่ว่ามอบหมายตำแหน่งหน้าที่ให้เขาทำเพียงผู้เดียว
แต่พอมาลองดูตอนนี้ คนผู้นี้เองก็มีมุมอ่อนแอด้วยเช่นกัน
“เจ้าคนไร้ยางอาย! เจ้าไม่เหมาะที่จะเป็นหลานของตระกูลป๋ายหลี่! ไปซะ! ไสหัวไป!”
สายตาจ้องมองป๋ายหลี่รุ่ยที่กำลังระเบิดอารมณ์ หลินเมิ้งหยาไม่แม้แต่จะหักห้ามหรือพูดจาโน้มน้าว
นี่เป็นเรื่องระหว่างพวกเขาสองอาหลาน ไม่ว่าจะมีความขัดแย้งกันมากขนาดไหน แต่นางเป็นเพียงคนนอก ดังนั้นเงียบไว้จะเป็นการดีที่สุด
ราวกับว่าป๋ายหลี่อู๋เฉินไม่คิดปฏิเสธ หลินเมิ้งหยาได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินจากไป
“ทำให้เจ้าต้องเห็นเรื่องตลกเข้าแล้ว เฮ้อ…”
ป๋ายหลี่รุ่ยที่เพิ่งจะระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อครู่ดูแก่ลงไปหลายสิบปี ราวกับว่าเขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในการด่าทอป๋ายหลี่อู๋เฉิน
“ช่วยไม่ได้ ข้าขอตัวลาก่อน เอาไว้วันหลังข้าค่อยมาหาท่านป๋ายหลี่แล้วกัน”
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด นางรู้สึกว่าตนเองไม่ควรอยู่ท