“ปัญญาอ่อน”
หลินเมิ้งหยาถลึงตา ทว่านางกลับไม่ทำร้าย แต่มันกลับทำให้ชิงหูเจ็บปวด
แสร้งแสดงท่าทีเจ็บปวดเจียนตายอีกครั้ง ทว่ามือกลับรับก้านดอกไม้จากมือหลินเมิ้งหยามาด้วยความอ่อนโยน
“ข้ากินเองก็ได้ อย่าทำให้มือเจ้าต้องแปดเปื้อนเลย”
แตกต่างจากตัวดอกอันขมขื่น ใบของดอกมีรสหวานแทรกซึมออกมาเล็กน้อย
หลินเมิ้งหยายืนอยู่อีกฝั่ง สายตาจับจ้องชิงหูที่กินใบของดอกไม้จนหมดแล้ว หลังจากการกลืนครั้งสุดท้ายจบลง เสียงแผดร้องน่าอเนจอนาถดังขึ้น ร่างของชิงหูขดเข้าหากัน
“นี่…ใบของมัน…เกิด…อะไรขึ้น?”
ทั้งปวดทั้งคันจนรู้สึกอยากตาย
แต่เพราะแขนขาของเขาถูกจองจำเอาไว้ เรี่ยวแรงในร่างกายเริ่มเหือดหายไปเพราะความเจ็บปวดทรมาน
“ใบของมันมีฤทธิ์ในการรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้า อ้อ ข้าลืมบอกเจ้าไป หากเจ้าแบ่งกินเป็นสองส่วนจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอันใด แต่ถ้ากินเข้าไปพร้อมกันทีเดียวแล้วละก็ แม้ประสิทธิภาพของยาจะดีอย่างล้นเหลือ แต่เจ้าจะเจ็บปวดเจียนตายเลยล่ะ”
ถือเป็นการทรมานเล็กๆ น้อยๆ ใครสั่งให้เจ้าเด็กนี่กล้าหักหลังนางกันเล่า
แต่ถึงกระนั้นหลินเมิ้งหยาก็ทำเพื่อรักษาอาการของชิงหูแต่เพียงเท่านั้น
หลังจากความเจ็บปวดอันแสนสาหัสผ่านพ้นไป ชิงหูเริ่มรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงในร่างกายเริ่มกลับมาแล้ว
มุมตาและมุมปากเผยให้เห็นความอ่อนโยน ชิงหูยกมือขึ้นเพราะอยากจะจับใบหน้าเรียวเล็กของตนเอง ทว่าหลินเมิ้งหยากลับร้องห้าม
“อย่าจับ สิ่งเหล่านั้นคือยาพิ