หลังจากหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง พระสนมเต๋อเฟยเป็นฝ่ายรู้สึกได้ถึงความผิดปกติก่อน
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ที่เคยแช่มชื่นพลันขุ่นมัวขึ้นอีกครั้ง
เด็กคนนี้อาจหาญมากเกินไป
หากคำนึงถึงอุปนิสัยของไท่จื่อและฮองเฮาแล้วละก็ พวกเขาจะต้องตรวจสอบความผิดปกติอย่างละเอียดแน่นอน หากพบสิ่งผิดปกติอันใดเข้า เกรงว่าฮองเฮาจะต้องอาศัยข้ออ้างนี้มาทำลายพวกนาง
“หมู่เฟยกังวลมากไปแล้วเพคะ”
หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปยืนข้างกายพระสนมเต๋อเฟย ดวงตาผ่อนคลาย
“หากหมอหลวงมาตรวจร่างกายก็จะพบเพียงแค่หัวไชเท้าหรือมันฝรั่งเท่านั้น ไม่มีสิ่งไหนผิดปกติหรอกเพคะ”
หากถูกวางยา หมอหลวงจะต้องตรวจเจออย่างแน่นอน
แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปแล้ว ร่างกายของไท่จื่อจะไม่ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังดีขึ้นมากเรื่อยๆ แล้วแบบนี้ฮองเฮาจะหาข้ออ้างอะไรมาจัดการนางกันเล่า?
หรือลูกของนางไม่เคยตดกัน นางคงไม่คิดจะลงโทษหลงเทียนอวี้และตัวนางเองเพราะเรื่องนี้หรอกกระมัง?
มันจะไม่ตลกเกินไปหรือ?
“โอ้? ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็เป็นเพราะร่างกายของไท่จื่อเองอย่างนั้นสินะ เอาล่ะ ข้าเหนื่อยมากแล้ว หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่มาข้ารู้สึกไม่อยากอาหารแล้วล่ะ จิ่นเยว่ พวกเรากลับกันเถิด”
พระสนมเต๋อเฟยรู้จักฮองเฮาดี นางมีคนคอยให้การสนับสนุนมากมาย ถึงแม้นางจะมีอำนาจอย่างล้นเหลือ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อจำกัด
ลูกชายของตนเองทำเรื่องน่าขายหน้า อีกทั