อเขาได้อย่างไร? เขาต้องปลอมมันขึ้นมาแน่!”
จางเฉวียนตะโกนลั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนก
“หุบปาก!”
สีหน้าของโจวเฉินเปลี่ยนไป ก่อนจะตบใส่หน้าจางเฉวียนจนลอยกระเด็นไป
ใครกันจะกล้าปลอมตราลั่วเซิน?
ที่นี่คือนครเทียนไห่ ตราลั่วเซินคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุด เปรียบได้กับเกียรติยศของนิกายเทียนเต๋า ใครกล้าปลอมก็เท่ากับไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
ที่สำคัญ ตราลั่วเซินเป็นของล้ำค่า หากเป็นศิษย์ของนิกายเทียนเต๋าที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาหลัก จะสามารถสัมผัสได้ทันทีว่าป้ายนั้นเป็นของจริงหรือไม่
และโจวเฉินสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ป้ายในมือของซูเฉินนั้นคือของจริง!
“ลุกขึ้นเถอะ”
ซูเฉินกล่าวเสียงเรียบ
โจวเฉินถึงกับถอนหายใจโล่งอก จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน
“ข้าคือซูเฉิน ศิษย์แห่งยอดเขาลั่วเซิน ศิษย์ใหม่ของท่านอาจารย์ลั่วเสวี่ยน! พี่โจว ไม่ต้องแสดงพิธีการเช่นนั้นกับข้า”
ซูเฉินกล่าวต่อ
“ไม่กล้า ไม่กล้า! ที่แท้น้องซูเฉินเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ลั่วเสวี่ยน กระหม่อมเสียมารยาทแล้ว! ข้าอยากทราบว่าเจ้ามีความแค้นอะไรกับจางเฉวียน?”
โจวเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ
แม้เขาจะเป็นแม่ทัพลาดตระเวนแห่งนครเทียนไห่ แต่ในนิกายเทียนเต๋าเขายังเป็น