พาสาวใช้ของตนเองกลับไปยังตำหนักหลิวซิน หลินจงอวี้ที่ได้ทราบข่าวรีบตามมาสมทบ เพียงเดินผ่านธรณีประตูเข้ามาก็ได้เห็นหลินเมิ้งหยาที่กำลังข่มความไม่พึงพอใจ
“ไท่จื่อคนนี้ไร้มารยาทจริงเชียว! พี่สาวอย่าได้ขุ่นเคืองไปเลย เดี๋ยวจะส่งผลไม่ดีต่อร่างกาย”
หลินเมิ้งหยาถูกข่มเหง คนที่กำลังโกรธหาใช่นางเพียงคนเดียวไม่
“อารมณ์เสียแล้วจะส่งผลไม่ดีต่อร่างกาย? ไม่มีทางหรอก ข้าเพียงแต่กำลังคิดว่าจะเอาคืนเขาอย่างไรเท่านั้น”
หลินเมิ้งหยาเกลียดผู้ชายที่คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของโลกเช่นนี้ที่สุดมาตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้ว
จำได้ว่าเมื่อครั้นที่นางเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ผู้ชายคนหนึ่งที่คิดว่าบ้านของตนเองร่ำรวยมากเข้ามาข่มเหงนาง
นางยังคงจำได้ดี ต่อมานางแอบเอาโครงกระดูกของมนุษย์ไปใส่ไว้ในล็อกเกอร์ของชายคนนั้น สุดท้ายเข้าตกใจแทบตาย
วันนี้ไท่จื่อกล้าข่มเหงนาง เกรงว่าเขาไม่อยากจะมีชีวิตยืนยาวอีกต่อไปแล้ว
“ทูลพระชายา ท่านอ๋องคุยงานเสร็จแล้ว อีกทั้งยังรับสั่งว่าไท่จื่อจะอยู่เสวยอาหารเย็นที่จวน ขอพระชายาได้โปรดจัดเตรียม”
ด้านนอก เสียงของผู้ดูแลดังขึ้น หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ป๋ายจื่อจึงรีบวิ่งออกไปถาม
ยังคิดจะอยู่กินข้าวที่นี่อีกหรือ มุมปากของหลินเมิ้งหยาพลันเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดขึ้นมา จู่ๆ นางก็คิดได้ว่านางจะทำให้ไท่จื่อได้เสวยอาหารมื้อที่ยากจะลืมเลือน!
ภายในสวนขนาดเล็ก คิ้วของไท่จื่อขมวดเข้าหากันขณะต้องมองใบหน้าน่าสงสารของท่า