อแล้ว นางจึงกักเก็บความไม่พอใจของตนเองเอาไว้
แม้แต่น้ำเสียงก็อ่อนโยนลง
“น้าหมายถึงน้ามีหวู่เอ๋อร์เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว หากนางต้องแต่งงานออกเรือน เช่นนั้นน้าคงอดที่จะคิดถึงนางไม่ได้”
หลินเมิ้งหวู่ทั้งตกตะลึงทั้งโกรธเกรี้ยว แต่ถึงกระนั้นก็มิกล้าส่งเสียงทัดทาน ดังนั้นใบหน้าเรียวเล็กจึงมีเพียงหยาดน้ำตาปรากฏให้เห็น
ต้องการให้นางไปแต่งงาน ทว่าซีฟานเป็นดินแดนป่าเถื่อน เคยได้ยินมาว่ายังมีบางชนเผ่าที่ดื่มเลือดเป็นอาหาร หากส่งนางไปอยู่ที่นั่น มิเท่ากับส่งแกะเข้าปากเสือกระนั้นหรือ แล้วนางจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?
“นั่นก็ใช่ เสด็จแม่เพียงแต่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเท่านั้น เหตุเพราะยังต้องรอการตัดสินใจจากองค์ชายซีฟานก่อน เมื่อเวลานั้นมาถึง บรรดาองค์หญิงและราชนิกุลล้วนต้องเข้ามาร่วมงานในพระราชวัง ฉะนั้นจึงยังไม่รู้ได้ว่าองค์ชายจะพึงพอใจผู้ใด”
แม้จะเอ่ยเช่นนี้ ทว่าเสด็จแม่กลับส่งรูปภาพของหลินเมิ้งหวู่ไปก่อนแล้ว
แม้ซีฟานจะเป็นชนเผ่าต่างแดน ทว่าพวกเขามีจุดเด่นเรื่องกำลังคนและกำลังทหาร ราษฎร์ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งคนแก่ผมหงอกล้วนสามารถออกรบฆ่าตนได้ทั้งนั้น
การอภิเษกจัดขึ้นเพื่อสร้างความปรองดองและขั้วอำนาจของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
หากหลินเมิ้งหวู่สามารถเป็นพระชายาของซีฟานได้จนกระทั่งได้เป็นฮองเฮา เช่นนั้นอำนาจของตนเองก็ยิ่งแผ่ไพศาล
ทว่าเรื่องนี้ยังไม่สามารถพูดกับท่านน้าที่หวงลูกสาวอย่างกับไข่ในหินตอนนี้ได้
ซ