้ำ!
“หวู่เอ๋อร์พูดถูก ในเมื่อเข้ามาแล้ว ข้าจะไม่มีทางปล่อยให้ท่านน้าโดนกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน แต่เพราะหลินเมิ้งหยาเป็นเจ้าบ้าน พวกเราเป็นเพียงแขก เรื่องบางเรื่องข้าก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ สาเหตุที่ข้ามาในวันนี้ก็เพราะมีเรื่องต้องการจะพูดกับท่านน้า”
กักเก็บความขุ่นเคืองในใจ จู่ๆ ไท่จื่อก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
ซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่สบตากัน ทว่าพวกนางกลับไม่เข้าใจว่าไท่จื่อมีเรื่องอะไรจะปรึกษาพวกนาง
“อีกสามเดือนข้างหน้าน้องหวู่ก็จะอายุครบสิบหกปีแล้วใช่หรือไม่”
หยิบถ้วยชาขึ้นมาด้วยความเคยชิน แต่เมื่อเห็นน้ำชาสีดำเมี่ยมจึงรีบวางกลับลงไปบนโต๊ะด้วยความรังเกียจ
หัวใจของซ่างกวนฉิงกระสับกระส่าย มีเพียงหลินเมิ้งหวู่ที่แสดงท่าทางเขินอาย ใบหน้าแดงระเรื่อ
“อีกไม่ช้าฮ่องเต้หมิงจากซีฟานจะเสด็จเยือนเมืองหลวง เมื่อถึงเวลานั้นองค์ชายและองค์หญิงก็จะเสด็จตามมาด้วย องค์ชายแห่งซีฟานอายุยังน้อยแต่กลับมีพรสวรรค์ล้นเหลือ เสด็จแม่ไตร่ตรองดูแล้วว่าอยากให้น้องหวู่เอ๋อร์อภิเษกสมรสกับองค์ชาย”
“อะไรนะ!?”
ซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่แผดเสียงร้องด้วยความตื่นตะลึงออกมาพร้อมกัน ดวงตาของคนทั้งคู่มองหน้าไท่จื่ออย่างไม่อยากจะเชื่อ
“องค์หญิงในวังล้วนมีมากมาย แม้จะไม่มี แต่พวกราชสกุลเองก็มีไม่น้อย เหตุใดต้องเป็นหวู่เอ๋อร์ที่ต้องไปอภิเษกสมรสด้วยเล่า!”
ซ่างกวนฉิงส่งเสียงไม่น่าฟัง แต่เมื่อได้เห็นสายตาไม่พอใจของไท่จื่