“เจ้านี่หนา!” พระสนมเต๋อเฟยเคาะหน้าผากของหลินเมิ้งหยาเบาๆ ด้วยความรักใคร่ แม้แต่น้ำเสียงก็เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
ในสายตาขอนาง หลินเมิ้งหยาเป็นคนฉลาดเฉลียว แต่ถึงกระนั้นก็ทำเพียงเพราะความสนุกสนาน หาได้ทำร้ายใครไม่
ยิ่งไปกว่านั้น ซ่างกวนฉิงยังเห็นดีเห็นงามไปกับพี่สาวของนาง พวกนางสร้างความคับแค้นใจให้กับพระสนมเต๋อเฟยเสมอมา การลงมือของหลินเมิ้งหยาในคราวนี้จึงเผยให้เห็นว่านางมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับแม่เลี้ยง
“จริงสิเพคะหมู่เฟย หม่อมฉันอยากให้พระองค์พิจารณาเรื่องโทษทัณฑ์ของน้องหรูฉินใหม่เพคะ ถึงอย่างไรน้องก็ยังเป็นเด็กจึงไม่รู้ความ ทำเพียงว่ากล่าวตักเตือนก็น่าจะเพียงพอแล้ว หากท่านอาคนโตทราบข่าวว่าเราทำกับนางเช่นนี้จะไม่เป็นการดีนะเพคะ”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงนุ่มนวลแผ่วเบาขอร้องพระสนมเต๋อเฟย คำพูดของนางล้วนมีเหตุมีผลทั้งสิ้น
ขณะนี้พระสนมเต๋อเฟยรู้สึกว่าหลินเมิ้งหยาเป็นเด็กที่รู้ความมากเหลือเกิน
“ข้าจะลองพิจารณาเรื่องนี้ดู เด็กดี เจ้าไม่เจ็บแค้นหรูฉินอย่างนั้นหรือ หากในอนาคตหรูฉินรังแกเจ้า เจ้ารีบมาบอกข้า ข้าจะออกหน้าแทนเจ้าเอง”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้า ก่อนจะพูดคุยกับพระสนมเต๋อเฟยเพื่อทำให้นางอารมณ์ดีเล็กน้อยแล้วกลับไปยังตำหนักหลิวซิน
สามวันต่อมา ซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่แอบอยู่ในสวนของตนเองเพื่อพูดคุยความลับ
ตอนแรกคิดอยากไปถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย ทว่าน้าจิ่นเยว่กลับห้ามไว้มิให้เข้าเฝ้า
อ้า