วันนั้น อีกทั้งยังอบอุ่นอ่อนโยน
หัวใจของหลินเมิ้งหยากระตุกเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นนางกลับขยับเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อยืนอยู่ทางด้านหลังป๋ายซ่าว
“ไท่จื่ออุตส่าห์เสด็จมา เฉินเซี่ย1จะรีบไปทูลท่านอ๋องให้มาเข้าเฝ้า ไท่จื่อได้โปรดรอสักครู่ ป๋ายจีจงไปนำชามาให้ไท่จื่อ”
แทนตนเองด้วยคำว่าเฉินเซี่ย หลินเมิ้งหยาต้องการเตือนไท่จื่อว่าตนเองเป็นภรรยาของน้องชาย อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นพระชายาขององค์ชายสาม
ไท่จื่อกลับไม่ใส่ใจ เขาก้าวฉับๆ ขึ้นมาข้างหน้า ราวกับไม่สนใจชื่อเสียงของตนเองเลยแม้แต่น้อย
“หากจะอ้างอิงจากความอาวุโส เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านพี่ เหตุใดจึงทำตัวเหมือนคนอื่นคนไกลกันเล่า?”
ญาติผู้พี่ตัวดี! หลินเมิ้งหยาขยับเท้าถอยหลังจนไม่มีทางให้หนีอีกแล้ว ใบหน้ายังคงก้มต่ำ อีกทั้งยังไม่ยอมเอื้อนเอ่ยอันใดออกมา
เป็นถึงองค์ชายรัชทายาท แต่กลับไม่คำนึงถึงศีลธรรมและมารยาท เขากล้าแม้กระทั่งยั่วยวนน้องสะใภ้ เมื่อต้องพบกับไท่จื่อที่ไร้ยางอายเช่นนี้ หลินเมิ้งหยารู้สึกรำคาญใจเหลือทน
“เจ้า…”
“ไม่รู้ว่าไท่จื่อมีเหตุอันใดจึงเสด็จมาที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ขณะที่หลินเมิ้งหยากำลังครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวรอด ร่างกำยำพลันปรากฏขึ้นขวางหน้านางเอาไว้
ผงะ เงยหน้าขึ้นมองร่างอันแสนคุ้นเคย…หลิงเทียนอวี้ เหตุใดเขาจึงปรากฏตัวได้ทันท่วงทีเช่นนี้?
“แน่นอนว่าข้ามีเรื่องให้ต้องมาที่นี่ ฮ่องเต้ซีฟานหมิงเสด็จมาเยี่ยมเยียนที่เมืองหลวงอีกค