“ดูเจ้าเถิดหนา ทั้งอ่อนโยนและซื่อสัตย์ ล้วนเป็นความผิดของท่านอาคนโตทั้งสิ้น แม้หรูฉินจะเป็นเสมือนไข่มุก แต่นางกลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ทั้งที่ทำให้เจ้าต้องเสียใจ แต่เจ้ายังเห็นอกเห็นใจนางอีก”
พระสนมเต๋อเฟยรู้สึกว่ายิ่งได้เห็นหลินเมิ้งหยา ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความใจกว้างของลูกสะใภ้คนนี้ ใบหน้าท่าทางของนางเองก็งดงามมากเช่นกัน
ดูท่าคำพูดที่เคยบอกว่าหลินเมิ้งหยาจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตจะเป็นคำให้ร้ายของเจียงหรูฉินเสียมากกว่า
“หมู่เฟยชมเกินไปแล้วเพคะ ท่านอาคนโตเพียงแค่รักลูกสาวมาก สิ่งนี้หาใช่เรื่องผิดมิใช่หรือเพคะ? จากนี้ไปหยาเอ๋อร์ทำเป็นมองไม่เห็นเวลาเจอน้องหรูฉินก็น่าจะเพียงพอแล้ว หมู่เฟยอย่าได้กังวลไปเลยเพคะ”
เกรงว่าจากนี้เป็นต้นไปเจียงหรูฉินจะกลายเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญในจวนแห่งนี้เสียแล้ว
ทูลลากลับไปยังตำหนักหลิวซิน สาวใช้ทั้งสามและหลินจงอวี้ต่างรอคอยนางด้วยความกังวลใจ
“นายหญิงไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าคะ?”
ป๋ายจื่อเป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามาก่อน แต่นางกลับไม่กล้าแตะต้องแขนของหลินเมิ้งหยา
รอยฟกช้ำสีม่วงเหล่านั้นเหมือนจริงเหลือเกิน แม้แต่พวกนางยังอดที่จะตกใจไม่ได้
“ไม่เป็นไร ข้าก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเป็นเพียงของปลอม”
รอยฟกช้ำสีม่วงเหล่านี้ทำขึ้นเพื่อหลอกลวงคนอื่นเท่านั้น อีกไม่กี่วันก็จะจางหายไปเอง แม้ยาชนิดนี้จะมีส่วนผสมของยาพิษ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้อันตราย
“ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าบนโลกใบนี้จะมีของ