“นายหญิง ที่แท้พวกท่านก็อยู่ที่นี่ หนู่ปี้แทบพลิกจวนหาแล้วเจ้าค่ะ!”
ร่างของป๋ายจื่อปรากฏขึ้นในแนวสายตาของหลินเมิ้งหยาไกลๆ
ดูจากท่าทางร้อนรนกระวนกระวายของนางแล้ว หรือจะเกิดเรื่องขึ้นที่สวนหลิวซินกัน?
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเจ้าจึงร้อนใจถึงเพียงนี้ หรือตำหนักถูกไฟไหม้กระนั้นหรือ?”
ป๋ายซ่าวรีบรั้งตัวของป๋านจื่อที่กำลังหอบแฮกๆ เอาไว้ ก่อนจะส่งเสียงถามด้วยความร้อนใจไม่แพ้กัน
“ไฟไม่ได้ไหม้ แต่จิ้งจอกบุกต่างหาก! นายหญิงเจ้าคะ พอท่านออกจากประตูไป คุณหนูรองพาสาวใช้มายังตำหนักของพวกเรา นายน้อยอวี้กลัวว่านางจะสบโอกาสทำเรื่องไม่ดี ดังนั้นจึงจับตามองนางอยู่เจ้าค่ะ!”
หลินเมิ้งหวู่? นางมาทำอะไรกัน?
เกรงว่าจะมาสร้างปัญหาอย่างแน่นอน หรือนางกำลังร้อนใจเพราะเรื่องที่ต้องการจะไปรับแม่ของตนเองมา?
“ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวพวกเรากลับไปเจอนางก็จะรู้เอง”
ภายในห้องหลักของสวนหลิวซิน หลินจงอวี้นั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือพลางอ่านหนังสือเงียบๆ
คนละเอียดรอบคอบอย่างป๋ายจีตระเตรียมหมอนขนเป็ดใบหนาเอาไว้ก่อนแล้ว นางวางไว้บนเก้าอี้เพื่อรองรับแผ่นหลังของหลินจงอวี้
ทั้งนายและบ่าวในตำหนักแห่งนี้ล้วนคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นก็คือพวกเขาต่างไม่อยากเจอคุณหนูรองทั้งคู่
ทว่านางกลับแสดงท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว นั่งลงบนเก้าอี้และจิบชาที่ป๋ายจีนำมาให้
“ข้าว่านะเจ้าหนู เจ้าเองก็โตแล้ว แต่ยังขลุกอยู่ในตำหนักของพี่สาวข้าตลอดทั้งวัน ห