อรุณรุ่ง หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้พากันไปถวายคำนับที่ตำหนักหยาเสวียนด้วยกัน
มิรู้ว่าเพราะพระสนมเต๋อเฟยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติที่ต้องไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ดังนั้นพระนางจึงไม่ได้เอ่ยทัดทานและยินยอมให้รับฮูหยินหลินเข้ามาอยู่ในตำหนักสักระยะ
หลงเทียนอวี้ยังมีงานให้ต้องจัดการ ดังนั้นเขาจึงขอตัวกลับก่อนและทิ้งหลินเมิ้งหยาเอาไว้ที่นี่เพื่อพูดคุยกับพระสนมเต๋อเฟย
“หยาเอ๋อร์ เปิ่นกงรู้ดีว่าหลายวันที่ผ่านมาเจ้าต้องรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก”
เมื่อเทียบระหว่างช่วงเวลาที่ต้องอยู่ในรั้วในวังกับช่วงเวลาที่ได้อาศัยอยู่ที่จวนแห่งนี้ สีหน้าของพระสนมเต๋อเฟยในเวลานี้แช่มชื่นกว่าแต่ก่อนมาก
สีหน้ามิได้ขาวซีดเสมือนก่อน แต่กลับเผยเลือดฝาดสีแดงระเรื่อให้เห็น
แม้จะไม่ได้เกล้าผมดั่งสตรีชั้นสูงและปักเพียงปิ่นทองลายดอกโบตั๋น แต่พระนางกลับดูสง่างามเกินกว่าใครจะเทียบเทียม
วันเวลาช่างอยุติธรรมกับสาวงามอย่างแท้จริงเสียเหลือเกิน
“หมู่เฟยหมายถึงอะไรหรือเพคะ หยาเอ๋อร์ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงอ่อนโยนอ่อนหวาน ร่างกายสวมใส่ชุดกระโปรงตัวยาวสีฟ้าน้ำทะเลประดับลายผีเสื้อลอยละล่อง
ใบหน้าของนางงดงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในเวลานี้ยิ่งสวยงามและส่งความรู้สึกให้ผู้อื่นรักและเอ็นดู
“เปิ่นกงหมายถึงเรื่องของหรูฉิน เด็กคนนี้ถูกท่านอาคนโตเอาใจจนติดเป็นนิสัย หากมีเรื่องอันใดที่นางกระทำมิเหมาะมิ