แต่เพียงทำให้เกิดรอยขีดข่วนเท่านั้น
ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ที่มีดบินผ่านไปเช่นนี้ขึ้น
ชั่วเวลาอึดใจต่อมา “ผี” ที่น่ากลัวแห่งโรงน้ำชานิ่งอึ้ง
โคมไฟยังคงบินไปมา ผีที่ได้เห็นดังนั้นอดไม่ได้ที่จะสงสัย
ไม่นานก็ได้เห็นร่างดำโผล่ออกมา
หลินเมิ้งหยารีบส่งสัญญาณ ปลากินเบ็ดแล้ว ตอนนี้ต้องเตรียมกระตุกคันเบ็ด!
ด้านข้างของเงาดำพลันปรากฏร่างของผีในชุดแดงออกมาหลายร่าง ใบหน้าถูกบดบังด้วยเส้นผมรกรุงรังจนมองไม่เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน
ขณะนี้เงาดำร่างนั้นตื่นตระหนก “ว๊าก” ส่งเสียงร้อง ก่อนจะรีบผลุบตัวเข้าไปในโรงน้ำชา
หลินเมิ้งหยาเกือบหลุดขำพรืดออกมา ทว่าร่างผีสาวในชุดแดงกลับไม่ตามเข้าไป แต่กลับรีบซ่อนตัวหายไปในความมืด
ตอนนี้นอกจากโคมไฟสีแดงแล้วก็ไม่ปรากฏร่างอื่นใดอีก
“นายหญิง ถ้าพวกเขาหนีไปจะทำเช่นไรเจ้าคะ?”
ป๋ายซ่าวยังคงมีความใจกล้า อีกทั้งยังมองทางโรงน้ำชาด้วยอารมณ์นึกสนุก
“หากพวกเขาหนีไปแล้ว เช่นนั้นแม้เราจะทุบโรงน้ำชาแห่งนี้ทิ้ง พวกเราก็ไม่ได้ขาดทุนอะไร”
แต่ถึงอย่างนั้นนางกลับไม่คิดว่าคนเหล่านั้นจะยอมหนีจากไปแต่โดยดีหรอก
แสงจันทร์สาดส่องลงมา ขณะนี้บริเวณสวนจึงสว่างมากขึ้น
คนที่อยู่ภายในโรงน้ำชาต่างมีรูปร่างกำยำ พวกเขาพากันเดินออกมาดูสถานการณ์
หลินเมิ้งหยาลองนับจำนวน พวกเขามีราวห้าคน อีกทั้ง…ยังมีท่าทางหวาดกลัวอีกด้วย
เมื่อพวกเขาเดินออกมาถึงบริเวณใจกลางของสวน มือเล็กๆ ของหลินเมิ้งหยายกขึ้น องครักษ์ในช