หลินเมิ้งหยายืนใต้ร่มเงาของต้นไม้ คิ้วขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาสับสนวุ่นวาย ใบหน้านวลเผยให้เห็นร่องรอยของความเสียใจ
นาง…กำลังรู้สึกเสียใจเพราะผอจื่อที่ถูกฆ่าคนนั้นอย่างนั้นหรือ?
คนที่สามารถหัวเราะเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าศัตรูและทรมานผู้คนอย่างไร้หัวใจเช่นนาง กลับรู้สึกสงสารผอจื่อแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมาก่อน
ตอนนี้ อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็เข้าใจแล้ว
หลินเมิ้งหยามิได้ใจร้าย แต่นางแยกแยะความรักออกอย่างชัดเจน ศัตรูก็คือศัตรู ดังนั้นนางจึงลงมือโดยไร้ความปรานี
อยู่ๆ หลงเทียนอวี้ก็รู้สึกว่าเขาไม่เคยเข้าใจในตัวพระชายาของตนเองเลย
“เรื่องนั้น…หลินขุย เมื่อกลับไปแล้วจงทำการตรวจสอบทาสรับใช้ในจวนให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก…”
หลินขุยถวายคำนับ การปกป้องดูแลจวนอวี้เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว
ทว่าอยู่ๆ ก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น การที่ท่านอ๋องไม่เอาผิดเขาก็นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณมากแล้ว
“ข้ากลับเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำให้อึกทึกครึกโครมเช่นนั้น”
หลินเมิ้งหยากลับแสยะยิ้ม นัยน์ตาเปล่งประกาย
ตกปลาในน้ำขุ่น
หากทำเรื่องราวให้ใหญ่โตจะกลายเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น
“ไม่ทราบว่าพระชายามีความเห็นเช่นไร?” หลังจากผ่านบทเรียนนั้นมาแล้ว จูเฉียงรู้สึกเลื่อมใสหลินเมิ้งหยาเป็นอย่างมาก
หากป๋ายหลี่อู๋เจียนเห็นภาพนี้เข้า เกรงว่าพัดกระดาษจะไม่มีทางอยู่ห่างกาย อีกทั้งยังต้องตกตะลึงเป็นอย่างมากแน่นอน
“คนบนเขามักมีเล่ห์เหลี่ยมเสม