าตัวนุ่มนิ่มด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“เจ้าเด็กน้อย ไม่ว่าจะมองอย่างไร คำจำกัดความที่ใช้กับเหยียก็คือคำว่าสวยจนอยากกลืนกิน แต่ทุกครั้งที่เหยียมาหาเจ้า เจ้ากลับไร้หัวใจ แสดงท่าทีเหมือนมองไม่เห็นเหยียอย่างไรอย่างนั้น”
ชิงหูยังคงใช้เสียงที่ไม่น่าฟังดังเดิม ทว่าหลินเมิ้งหยาเคยชินแล้ว ดังนั้นจึงมิได้ใส่ใจ
หลายวันมานี้ ชิงหูยังคงแอบไปขโมยพระราชโองการของแต่ละบ้าน แต่เวลากลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ
หากอ้างอิงจากคำพูดของเขา นายจ้างเป็นคนใจร้อน ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องทำเรื่องอื่น
“หากเจ้าคิดจะเปลี่ยนไปเป็นหัวขโมย ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อนเลยว่าให้ออกห่างจากจวนของข้าไปไกลๆ ไม่เช่นนั้นข้าจะนำตัวเจ้าเข้าวังแล้วทำเป็นขันทีเสีย”
ไม่แม้แต่จะเงยหน้า แต่กลับส่งสัญญาณเตือนทางคำพูดให้ชิงหูหุบปาก
ครู่ต่อมา ชิงหูที่กำลังเบื่อหน่ายลุกขึ้นเดินไปเดินมา เขาเดินเข้าไปดูภาพที่หลินเมิ้งหยาขีดๆ เขียนๆ ตั้งแต่เช้า
บนกระดาษใบนั้นล้วนมีแต่ตัวอักษรที่เขาไม่รู้จัก
นิ้วเรียวยาวของชิงหูพลันเคาะลงบนตัวอักษรขดๆ ม้วนๆ และมีจุดสัญลักษณ์คล้ายกับดอกไม้บนกระดาษ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“นี่เป็นตัวอักษรของประเทศใดกัน? เหตุใดเหยียจึงไม่รู้จัก?”
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้พู่กันตีนิ้วมือเขาออกไป
“อืม เพราะเจ้าไม่มีคุณธรรม”
อ่านออกสิแปลก หลินเมิ้งหยาใช้ความทรงจำในชาติปางก่อนมาจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้
อันดับแรกคือมีคนยอมทุ่มเงิน