ู่บนกองฟางด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ถอดผมที่ถูกเกล้าลง แม้บนพื้นจะเต็มไปด้วยฝุ่น แต่กลับมิส่งผลอันใดต่อความสง่างามของนางเลย
สามวันแล้ว นับตั้งแต่วันที่นางถูกจับตัวมา เวลาล่วงเลยไปถึงสามวัน
ราวกับว่าถูกโลกภายนอกลืมเลือน หลินเมิ้งหยายังคงนั่งด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความกระวนกระวาย อีกทั้งยังไม่ส่งเสียงเอะอะใดๆ
ในที่สุดด้านนอกคุกก็มีเสียงดังขึ้น
ร่างสวมชุดดำทั้งชุดเดินเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าของห้องขัง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าคุกของหลินเมิ้งหยา
“เจ้าอยู่รับใช้ที่นี่ ห้ามมิให้ใครเข้าใกล้”
ร่างชุดดำเปิดผ้าคลุมศีรษะออก ใบหน้าเย็นชาของฮองเฮาปรากฏขึ้นต่อหน้าหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาที่ไม่รู้ว่าลืมตาตั้งแต่เมื่อไรกระตุกยิ้มขึ้น อะไรที่ต้องมา ในที่สุดก็มาเสียที
“เหตุใดจึงวางยาเปิ่นกง!”
ภายใต้ชุดดำ ฮองเฮาแสดงสีหน้าเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง สายตาที่มองทางหลินเมิ้งหยาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“ไท่จื่อยังสบายดีอยู่หรือเพคะ?” คิดไม่ถึงเลยว่าประโยคแรกที่หลินเมิ้งหยาเอื้อนเอ่ยจะทำให้ฮองเฮาต้องชะงัก สายตาส่งสัญญาณร้องเตือน
“เหตุใดจึงถามถึงไท่จื่อ? หรือว่า…เจ้าทำอะไรไท่จื่อ?”
หลินเมิ้งหยากลับกระตุกยิ้มสวยงาม นัยน์ตาสุกสกาวดั่งหยดน้ำ
“ฮองเฮาทำอะไรกับหม่อมฉันเอาไว้ หม่อมฉันก็ทำเช่นนั้นแหละเพคะ มันเป็นมารยาท”
เป็นไปไม่ได้!
สายตาของฮองเฮาเปลี่ยนไป แต่แน่นอนว่าสภาพจิตใจของไท่จื่อไม่เหมือนเดิม
ทว่าหมอหลวงที่ไปตรวจกลับไม่พบความผิ