อยู่ๆ บรรยากาศก็แปลกไป
หลินเมิ้งหยารีบชักมือกลับ สายตาพลันก้มลงมองปลายเท้าของตนเอง เหตุใดเมื่อครู่นางจึงกระทำเช่นนั้น?
หลินเมิ้งหยาที่กำลังนึกเสียใจกับการกระทำเมื่อครู่เพิ่งพบว่าตนเองไร้ซึ่งข้อแก้ตัว
“หม่อม…หม่อมฉันไปทำงานก่อนนะเพคะ”
หลินเมิ้งหยาเพิ่งเห็นว่านัยน์ตาของหลงเทียนอวี้ลุ่มลึกจนไม่อาจคาดเดา
เมื่อต้องสบตากับดวงตาคู่นั้น นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเกือบจะถูกดวงตาคู่นั้นกลืนกิน
ไม่ได้!
หลินเมิ้งหยาแอบหยิกท่อนขาของตนเอง ความเจ็บปวดทำให้น้ำตาของนางเกือบไหล
“หลายวันมานี้ลำบากเจ้าแล้ว” บางทีอาจเพราะถูกบรรยากาศในเวลานี้ดึงดูด บางที…อาจเพราะความเห็นอกเห็นใจลูกน้องของตนเอง
หลงเทียนอวี้จ้องมองใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ตรงหน้า สีหน้าสับสน
เพียงเพราะต้องการสนองความต้องการของฮองเฮา เขาจึงฝืนตอบตกลงแต่งงานกับนาง
ตอนนี้ นางกลายมาเป็นผู้ช่วยของเขา
ไม่รู้ว่าหากฮองเฮาล่วงรู้เข้าจะเสียใจหรือไม่?
“ไม่เป็นไรเพคะ จริงสิเพคะท่านอ๋อง เหมือนช่วงนี้พระวรกายของพระสนมเต๋อเฟยจะไม่ดีนัก หากมีเวลาท่านควรไปดูด้วยตนเองเพคะ”
หลงเทียนอวี้พยักหน้าลง หลินเมิ้งหยาเป็นสะใภ้ที่รู้จักหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี
ไม่ว่าจะเข้าถวายคำนับหรือการจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง แม้แต่น้าจิ่นเยว่ยังชื่นชมนาง
บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่จึงเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมา ทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกไม่คุ้นชิน
“คือว่า…”
อยู่ๆ ก็ส่งเสียง จากนั้นเงยหน้าขึ