เมิ้งหยาเพิ่งจะพบว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงการคาดเดาของนางเท่านั้น นางไม่มีแม้แต่หลักฐาน
“ข้า…ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงแค่มาถวายคำนับหมู่เฟยเท่านั้น ในเมื่อหมู่เฟยยังบรรทมอยู่ ถ้าเช่นนั้นข้ากลับก่อนล่ะ”
เพิ่งจะพูดจบ จิ้งเยว่กลับเดินออกมาจากตำหนักหยาเสวียน
“พระชายา พระสนมเต๋อเฟยเชิญเสด็จเพคะ…”
แย่แล้ว ทำให้พระสนมเต๋อเฟยตื่นแล้วหรือนี่!
“อืม”
หลินเมิ้งหยากลับมาสงบนิ่งดังเดิม จากนั้นเดินตามหลังจิ้งเยว่เข้าไปยังที่ประทับของพระสนมเต๋อเฟย
“มีเรื่องอันใด? เหตุใดจึงมาที่ตำหนักหยาเสวียนด้วยท่าทางร้อนใจเช่นนี้”
พระสนมเต๋อเฟยเพิ่งตื่นจากการงีบหลับ ทรงผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย ท่าทางเกียจคร้าน อีกทั้งยังมีใบหน้าอิดโรย
หัวใจของหลินเมิ้งหยากระตุก ทว่าใบหน้ากลับกระตุกยิ้มอ่อนโยน
“หยาเอ๋อร์ขออภัยที่มารบกวนหมู่เฟย เรื่องแรกคือหม่อมฉันมาถวายคำนับหมู่เฟย สองคือต้องการปรึกษาเรื่องงานวันเกิดของหมู่เฟย นี่เป็นครั้งแรกที่หย๋าเอ๋อร์ได้จัดงานให้แก่ผู้เป็นแม่ ดังนั้นจึงกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอและหมู่เฟยจะทรงกริ้วเพคะ”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงอ่อนโยน คำพูดคำจาทำให้ผู้คนหลงรัก
พระสนมเต๋อเฟยมองเด็กน้อยตรงหน้า คิ้วที่เคยขมวดเข้าหากันจึงคลายออก
“อืม ในเมื่อเจ้าใส่ใจขนาดนี้ หากมีเรื่องอันใดให้เจ้าปรึกษากับจิ่นเยว่ได้เลย หลายวันมานี้ร่างกายของเปิ่นกงรู้สึกปวดเมื่อย คงไม่อาจดูแลพวกเจ้าคนหนุ่มสาวได้”
พระสนมเต๋อเฟยนวดหว่างคิ้ว หลินเ