ลืองมองด้วยสายตาเย็นชาพลางร้องตะโกน
“เข้ามา โต๊ะตัวนี้เละเทะหมดแล้ว ข้ายังจะวาดภาพได้อย่างไร เข้ามาช่วยข้าเก็บเดี๋ยวนี้!”
สาวรับใช้ระดับสองรีบโผล่หัวออกมา พวกนางจ้องมองมือของผอจื่อที่กำลังถือกล่องไม้ ใบหน้าโล่งอกและยืนต่อหน้านายน้อยอวี้
“ตรวจสอบเสร็จหรือยัง? หากเสร็จแล้วก็ไสหัวออกไปเสีย”
หลินจงอวี้กลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงและสีหน้าเย็นชา
หลินเมิ้งหยาจ้องมองเจ้าเด็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้น เจ้าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่ฉลาดไม่เบา
“ตรวจเสร็จแล้ว ตรวจเสร็จแล้ว ห้องของพระชายาไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่หม่อมฉันต้องเตือนพระชายาก่อนเล็กน้อย หลายวันมานี้เกิดความโกลาหลภายในเมืองหลวง มิเช่นนั้นคงไม่มีหัวขโมยเข้ามาขโมยของในพระตำหนัก พระชายาเองก็ต้องระวังตัวไว้นะเจ้าคะ”
เปลือกตาของหลินเมิ้งหยามิได้เปิดขึ้น คิดว่านางจะไม่รู้หรือว่าพวกเขาต้องการจะทำอะไรจึงแสดงละครใหญ่โตถึงเพียงนี้
“อืม ข้ารู้แล้ว”
แม้แต่ผอจื่อยังคิดไม่ถึงเลยว่าพระชายาจะพูดง่ายขนาดนี้
ขณะเดียวกันพลันคิดว่าจวนแห่งนี้จะต้องมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นในอนาคต
คนกลุ่มนั้นค่อยๆ จากไป
หลินเมิ้งหยาเปิดหน้าต่างออกดู มุมปากหยักยิ้มเย็นชา
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนยื่นหมอนมาให้ตอนนอน คนของฮองเฮาเหล่านั้นดูจะใจร้อนเกินไป
หลินเมิ้งหยาไม่พูดอะไร สายตาจับจ้องถ้วยชาในมือ
“นายหญิง เหตุใดท่านจึงให้พวกนางเข้ามาค้นห้องเล่าเจ้าคะ”
ป๋ายซ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อครู