่หากนางไม่ยื้อเวลาเอาไว้ ป๋ายจีและป๋ายจื่อคงเก็บของไม่ทันเป็นแน่
แต่ถึงกระนั้นกลับทำให้นายหญิงต้องอึดอัด
“พวกนางเป็นเพียงลูกไล่เท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก แต่เจ้านั่นแหละ ข้าดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะเก่งกล้าถึงเพียงนั้น”
ป๋ายซ่าวที่เคยแสดงความกล้าออกมาเมื่อครู่หน้าแดงก่ำ ก่อนที่จะกำชายเสื้อของตัวเองเล่น
“หนู่ปี้…แม่ของหนู่ปี้เป็นเพียงแม่ม่าย คนในชนเผ่าล้วนคิดกลั่นแกล้งหนู่ปี้และน้องชายน้องสาว ดังนั้นหนู่ปี้ก็เลย…”
“ถือเป็นเรื่องที่ดี เจ้าสามารถปกป้องตัวเองและเอาใจใส่ผู้อื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี เจ้าอย่าได้รู้สึกต่ำต้อยไปเลย จวนของพวกเรายังขาดคนเก่งกล้าเช่นเจ้าอยู่!”
หลินเมิ้งหยาชื่นชมป๋ายซ่าว แม้ป๋ายจื่อจะจงรักภักดี แต่นางไร้เดียงสาจนเกินไป
ส่วนป๋ายจีเป็นคนสงบนิ่ง อุปนิสัยอ่อนโยน
แต่ป๋ายซ่าวเป็นคนมีเสน่ห์และกล้าหาญ มีความเป็นผู้นำ หากสั่งสอนให้ดีจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก
“จริงสิเพคะพระชายา คนพวกนั้นบอกว่าที่มาตรวจสอบก็เพราะมีหัวขโมยเข้ามาขโมยของ พวกเราเองก็ต้องทำการป้องกันนะเพคะ!”
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า แม้จะมีหัวขโมยเข้ามา แต่ก็ไม่มีทางย่ำกรายมาถึงตำหนักของนางได้
นับตั้งแต่วันที่นางถูกชิงหูจับตัวไป
พ่อบ้านเติ้งแทบเป็นบ้า เขาสั่งให้องครักษ์จำนวนมากซุ่มดูอยู่ที่ตำหนักของนาง
แม้นางจะไม่พบร่องรอยใดๆ แต่นางกลับสัมผัสได้
“เจ้าจงไปแจ้งข่าวกับพ่อบ้านเติ้ง บอกพ่อบ้านเติ้งให้สืบด้วยว่าคนที่ผ๋อ