ก็ดังขึ้น หลินเมิ้งหยารีบเชิญนางเข้ามา
“พระชายา หนู่ปี้เพิ่งนึกออกเรื่องหนึ่งเพคะ เจ้าแม่กวนอิมองค์นั้นไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้!”
เมื่อเข้ามาในห้อง จิ่นเยว่มองหน้าหลินเมิ้งหยาด้วยแววตาร้อนรน ทว่ากลับได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มแทน
“หากท่านน้าพูดเร็วกว่านี้ ข้าคงไม่มีทางรับเอาไว้ ตอนนี้…”
นางชี้ไปทางกล่องที่เต็มไปด้วยเศษเล็กเศษน้อย ยิ้มแหยๆ
“ไอ้หยา! คือเจ้านี่จริงๆ ด้วย! หนู่ปี้ผิดเองเจ้าค่ะ หนู่ปี้ประมาทมากเกิน!”
จิ่นเยว่เอ่ยออกมาด้วยความเสียใจ
“ท่านน้า ของสิ่งนี้มีที่ไปที่มาอย่างไร? เมื่อคืนแม้แต่เสียงขยับเพียงเล็กน้อยข้าก็ไม่ได้ยิน”
แปลกจริงเชียว ของชิ้นนี้แหลกละเอียดเป็นผุยผงถึงขนาดนี้ แต่เพราะเหตุใดนางจึงไม่รู้สึกอะไรเลยเล่า?
“ของชิ้นนี้คือทรายชนิดหนึ่งที่มีไว้สำหรับเผาขึ้นรูป แต่กลับคงรูปลักษณ์ได้ไม่นาน ปกติหลังจากที่เผาขึ้นรูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาไม่เกินเจ็ดวันของชิ้นนี้จะแหลกสลายไปเอง แต่ถึงกระนั้นมันกลับกลายเป็นอาวุธในการทำร้ายผู้อื่นได้เป็นอย่างดี”
ยิ่งพูด ฟันก็ยิ่งขบเข้าหากันแน่น
ตอนแรกเพ่ยเจี้ยที่ตามเข้าวังมีทั้งหมดสี่คน แต่เมื่อเข้ามาได้ไม่นานก็ถูกฮองเฮาวางแผนทำร้าย สุดท้ายก็จบลงด้วยการถูกส่งไปอยู่ในยมโลก
ตอนแรกพระสนมเต๋อเฟยยังคงงงงวยว่าเหตุใดสิ่งของที่เคยปกติดีทุกอย่างจึงเปลี่ยนเป็นแหลกสลายเช่นนี้
ต่อมาจึงได้รู้ว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่าทรายหมิงซา
มาวันนี้กลับกลายเป็นพระชายาท