“เจ้าคิดว่าควรฝึกฝนพวกเขาด้วยวิธีการเช่นไร?”
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ย
“ส่งแม่ทัพไปยังเขตชายแดน เมื่ออยู่ในสมรภูมิรบ จึงจะสามารถคิดหากลยุทธ์ในการต่อสู้ออกมาได้ โดยเฉพาะการรักษาความมั่นคงในแถบจิงจีที่ต้องการกลอุบายในการต่อสู้มากเป็นพิเศษ ส่วนจือเจียง เขาเป็นเสมือนม้ามืด ควรส่งเข้าไปอยู่ในราชสำนักของเมืองอื่น เขาจะได้เรียนรู้ทิศทางและวิธีการของผู้อื่น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มพูนความรู้เข้าตัว ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
หัวใจของหลงเทียนอวี้กระตุกเล็กน้อย เขาเคยคิดเรื่องเหล่านี้มาก่อน อีกทั้งยังเคยลองเขียนออกมาแล้ว
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เข้าใจความคิดและจิตใจของเขาได้ดีที่สุดจะกลายเป็นหลินเมิ้งหยา!
หลงเทียนอวี้นิ่งเงียบ เพิ่งจะนึกถึงเรื่องความปลอดภัยของนางหลังจากที่ถูกจับตัวไปขึ้นมาได้
“เจ้า…เหนื่อยหรือไม่?” พูดจบ หลงเทียนอวี้รู้สึกประหลาดใจ
ปกติเขาไม่เคยปลอบโยนใครมาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิง
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยออกมาด้วยประโยคโง่ๆ เช่นนี้
“หม่อมฉันสบายดีเพคะ หากท่านอ๋องเหนื่อย เชิญท่านพักผ่อนก่อนเถิดเพคะ”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อย เจ้าบ้านี่ ทั้งที่นางต้องเสี่ยงอันตรายมาทั้งคืน แต่พอกลับมาได้ไม่แม้แต่จะเอ่ยปลอบโยน
อีกทั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็นคนสอดแนม ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ต้องเอาชนะป๋ายหลี่อู๋เจียนเช่นนั้น
“ข้า…ไม่ได้หมายความเช่นนั้น อยู่ที่นี่ก่อนเถิด กินอาหารกลางวันด้วยกั