น”
เขาเอ่ยเชิญชวนออกมาอย่างยากลำบาก
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง นางเองก็หิวจนไส้กิ่วแล้ว
ทั้งสองเดินออกจากห้องลับและกลับมายังห้องอ่านหนังสือ
กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อนๆ โชยออกมา
หลินเมิ้งหยานั่งลงบนเก้าอี้ มองดูปลากระรอกที่ส่งกำลังส่งกลิ่นหอมหวาน ซุปเห็ดและข้าวโพดสีใส รวมถึงอาหารอีกสี่ห้าอย่างที่ดูสวยงามน่ารับประทาน นิ้วมืออดไม่ได้ที่จะขยับ
“เพราะเหตุนี้ท่านอ๋องจึงสั่งให้ห้องครัวตระเตรียมอาหารมากเป็นพิเศษ ที่แท้ก็เพราะพระชายาเองก็มาเสวยด้วยกันที่นี่”
พ่อบ้านเติ้งพูดติดตลก ทว่าหัวใจของหลินเมิ้งหยากลับกระตุกระรัว
แม้จะเข้าใจอุปนิสัยเย็นชาของหลงเทียนอวี้เป็นอย่างดี แต่ว่า…หัวใจดวงเล็กๆ ของนางก็ยังคงสั่นไหว
หลินเมิ้งหยาดื่มด่ำกับรสชาติอาหาร คนเราเมื่อหิว ไม่ว่าจะกินอะไรก็อร่อยไปหมด
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันมีเรื่องต้องการปรึกษาพระองค์เพคะ”
หลินเมิ้งหยากัดตะเกียบ พยายามแสดงสีหน้าท่าทางใสซื่อ
หลงเทียนอวี้จ้องมองนาง คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย ทุกครั้งที่หลินเมิ้งหยาแสดงสีหน้าท่าทางเช่นนี้ มักจะไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย
“พูดมา มีเรื่องอะไร?”
หลินเมิ้งหยาหัวเราะ
“สาวใช้ที่หม่อมฉันซื้อมาจากหยาหางควรจะแจกจ่ายงานได้แล้วหรือยังเพคะ?” หลินเมิ้งหยาเอ่ยออกมาลอยๆ อันที่จริงนางคิดว่าที่จวนแห่งนี้มีเพียงพวกนางไม่กี่คนอาศัยอยู่ ดังนั้นมันจึงดูอ้างว้างเหลือเกิน
“เจ้าเป็นผู้ซื้อมา เจ้าเป็นคนจัดการก็แล้วกัน”
เรื่องของภายใน