จะต้องตอบในทันที แต่เพราะพวกเจ้าเป็นคนใหม่ ดังนั้นจะยังไม่ถือสาหาความ”
แม้น้าจิ่นเยว่จะอายุไม่มาก แต่นางกลับมีลักษณะท่าทางของนางในในวังหลวง
ได้เห็นเหล่าสาวใช้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ทว่ากลับตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาทีละคน
อันที่จริงพวกนางไม่มีความชำนาญการอื่นใดนอกจากงานเย็บปักถักร้อยหรืองานฝีมืออื่นๆ
หลินเมิ้งหยาที่ได้ฟังจึงสั่งให้จิ่นเยว่นำตัวออกไปทดสอบ
ทนทรมานตลอดทั้งบ่าย เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น สาวใช้สองคนจึงถูกพาตัวมาถวายคำนับ
“ถวายคำนับพระชายา เด็กสองคนนี้ คนหนึ่งชื่อว่าเสี่ยวหว่าน อีกคนชื่อว่าเสี่ยวหนิง หม่อมฉันเห็นว่าพวกนางทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว อีกทั้งยังทำงานได้หลายอย่างจึงพามาขอเข้าเฝ้าเพคะ”
หลินเมิ้งหยามองสาวใช้ทั้งสอง เด็กที่ชื่อเสี่ยวหว่านมีหน้าตาสวยงาม ท่าทางเป็นคนรักสงบ
กลับกันกับเสี่ยวหนิง ใบหน้ารูปไข่เป็นทรงสวย ดวงตาเรียวยาวดั่งนกการเวก ท่าทางฉลาดเฉลียว
นางเหมือนกับตัวละครในหนังอย่างไรอย่างนั้น
ตำหนักของนางมิควรมีเพียงสาวใช้ใสซื่อ แต่ควรมีคนเก่งกาจเพื่อจะได้ไม่ถูกกลั่นแกล้งเอาง่ายๆ
“ถวายคำนับพระชายา”
หญิงสาวทั้งสองเพิ่งเคยเดินผ่านประตูสูงและตำหนักใหญ่โตโอ่อ่าเป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
คุกเข่าลงกับพื้น สายตาได้เห็นเพียงเท้าเล็กที่กำลังสวมใส่รองเท้าปักดิ้นทองลายหงส์
แอบชำเลืองมอง แต่พวกนางกลับได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่
สวรร