“ว่าอย่างไรนะ? ไม่มีทาง! เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้!”
ตรงข้ามกับหลินเมิ้งหยา ชายคนหนึ่งที่มีลักษณะท่าทางเหมือนแม่ทัพตบโต๊ะเสียงดัง
ชายคนนั้นมีอายุราวสามสิบกว่า เคราหนาเตอะรกรุงรัง เพียงได้เห็นก็รู้ว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน
“จูเฉียง เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบตามหารังของเถาฮวาอู๋มาโดยตลอด หากมีปัญหาอันใดจงพูดออกมา”
ร่างสูงโปร่งสง่างามปรากฏขึ้นในแนวสายตาของหลินเมิ้งหยา
ชายถือพัดสวมชุดสีเขียว ใบหน้ารูปไข่อ่อนโยนไร้ซึ่งพิษภัย ลักษณะภายนอกดูเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและเปี่ยมไปด้วยความสามารถ
เพียงมองปราดเดียวหลินเมิ้งหยาก็รู้ได้ทันทีว่า ชายคนนี้คือลูกน้องที่ฉลาดหลักแหลมของหลงเทียนอวี้
“เจ้าพวกสารเลวเถาฮวาอู๋เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก หากซ่อนตัวอยู่บริเวณรอบๆ เมืองหลวงจริงก็จะต้องมีร่องรอยปรากฏให้เห็น สายลับของพวกเราออกค้นหาทุกซอกทุกมุมในเมืองหลวง แล้วแบบนี้จะมีปลาหลุดจากตาข่ายได้อย่างไร!”
คำพูดของจูเฉียงทำให้มีคนพยักหน้าเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก
หลินเมิ้งหยากลับหยักยิ้ม หยิบชาหอมบนโต๊ะขึ้นจิบ
“แม่ทัพจู เคยได้ยินนิทานเรื่องหลอดไฟในความมืดหรือไม่?” คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ชายสวมชุดเขียวไขว้เขว จูเฉียงเป็นแม่ทัพพิทักษ์เขตจิงจี เหตุใดพระชายาจึงล่วงรู้ถึงตัวตนของเขากัน?
“หลอดไฟใต้ความมืด?” จูเฉียงเป็นนักต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยสนใจนิทานหรือเรื่องเล่าใดๆ เขาจึงหันไปมองหลินเมิ้งหยาด้วยความสงสัย
เขาจับจ้องอย่างเอาเป็นเอาต