้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก
“ข้าน้อยไร้ความสามารถ ทั้งหมดขอให้ท่านอ๋องเป็นผู้ตัดสินใจ”
ป๋ายหลี่อู๋เฉินอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะขมขื่นในใจ เฮ้อ มิรู้ว่าจะต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายเงินค่าเหล้ามากมายขนาดไหนจึงจะปลอบใจเหล่าพี่น้องของเขาได้
“กำแพงมีหูประตูมีช่อง”
หลงเทียนอวี้ที่นั่งเงียบตลอดเวลาเอ่ยเพียงเท่านี้ ทว่าทุกคนกลับเงียบกริบมิส่งเสียงคัดค้าน
หลินเมิ้งหยานั่งประจำตำแหน่งของตนเอง จิบชาพลางก้มหน้าสะกดกลั้นความภาคภูมิใจของตนเอง
คิดจะต่อกรกับนาง? รอชาติหน้าก็แล้วกัน!
ทุกคนไม่มีเรื่องอื่นใดปรึกษากันนอกจากเรื่องวัวหายล้อมคอก หลินเมิ้งหยาทำเพียงนั่งฟังเงียบๆ ไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมา
ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ทุกคนจึงพากันแยกย้ายกลับไป ภายในห้องอ่านหนังสือเหลือเพียงป๋ายหลี่อู๋เฉิน หลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยาที่กำลังนั่งด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“พวกเจ้าทั้งสองตามข้ามา” สายตาของหลงเทียนอวี้ตกลงบนร่างของทั้งคู่ ลุกขึ้น เปิดประตูห้องลับในห้องอ่านหนังสือ
หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นเดินตามหลังทั้งสองเข้าไปอย่างเชื่อฟัง
ห้องลับไม่ใหญ่ การตกแต่งมิต่างอะไรจากห้องอ่านหนังสือ ชั้นวางหนังสือไม้สีแดงมีจดหมายวางอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อเทียบกับห้องอ่านหนังสือที่ถูกตกแต่งเพื่อเป็นการตบตาแล้ว
ที่นี่ดูจะเป็นห้องทำงานที่แท้จริงของหลงเทียนอวี้
“พูดมาซิ เจ้าทำข้อตกลงอันใดกับชิงหู?”
หลงเทียนอวี้เอ่ยเพียงสั้นๆ แต่ได้ใจความ ใช่ว่า