กจากห้องลับไป
ภายในห้องลับจึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้
“เจ้าคงทำความเข้าใจในตัวลูกน้องของข้าแล้วใช่หรือไม่?”
“หม่อมฉันได้มองเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นหม่อมฉันกลับมองออกถึงปัญหาบางอย่าง ท่านอ๋อง แม้ว่ากลุ่มคนของท่านจะแข็งแกร่งและมีความสามารถ แต่กลับมิอาจพึ่งพาได้”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยตามความจริง อีกทั้งยังพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ลองพูดมาสิ” หลงเทียนอวี้กลับไม่โกรธ แต่เขามองหลินเมิ้งหยาด้วยความสนใจและคาดหวังว่านางจะพูดอะไรบางอย่างที่เหมือนกับคนอื่นออกมา
“แม่ทัพของพระองค์แต่ละคนมีทักษะการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา แต่กลับไร้ซึ่งกลยุทธ์ จือเจียง2 ฉลาดหลักแหลม จิตใจดี ทว่าขาดความตรงไปตรงมาและความใจกว้าง อีกทั้งยังเชื่อมั่นในตนเองสูง ใจมิได้กว้างมากพอจะรับฟัง”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงนุ่มนวล แต่กลับพูดสิ่งที่หลงเทียนอวี้เป็นห่วงที่สุดออกมาทั้งหมด
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่คนเราไม่อาจสมบูรณ์เพียบพร้อมไปได้ทั้งหมด อีกทั้งคนเหล่านี้ยังเป็นคนมีพรสวรรค์
หากเขาละทิ้งไปไม่เก็บเอาไว้ใช้งาน มันก็น่าเสียดาย
“ท่านอ๋องมิต้องเป็นกังวล อันที่จริงการทำให้พวกเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนั้นช่างง่ายดาย ท่านเพียงแค่ต้องสอนพวกเขาตามความถนัดเท่านั้น ให้พวกเขาได้ฝึกฝนในสิ่งที่เหมาะสมกันตนเอง แลอย่าได้เห็นพวกเขาเป็นเพียงแขกของตำหนักเท่านั้น”
สอนตามความถนัด! หลงเทียนอวี้เองก็มีความคิดเช่นนี้ แต่เพราะยังมีเรื่องให้ต้อง