“ยากที่จะพูด หรือเจ้าไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าพลิกเรือในท่อระบายน้ำ?” จนกระทั่งตอนนี้ หลินเมิ้งหยายังคงแสดงท่าทีสงบนิ่ง ใบหน้าอ่อนโยน ริมฝีปากหยักยิ้มเล็กน้อย
“ช่างเป็นเด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยจริงๆ ตอนที่เหยียเข้าร่วมกลุ่มเจียงหู พ่อของเจ้ายังเพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่มเท่านั้น!”
นายน้อยวาดนิ้วเรียวยาวแล้วเคาะลงบนหน้าผากของหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางยั่วยวน
หลินเมิ้งหยาหลับตาลง กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้ามาเตะจมูก
“เย่หลัวฮวา ถานเซียง เช่อเซียง จื่อเวยซ่าน แล้วยังมี…”
“มันคือกลิ่นกายของเหยีย เจ้าเด็กนี่จมูกดีขนาดนี้เชียวหรือ” นายน้อยไม่ได้รีบร้อนกรอกยาให้กับหลินเมิ้งหยา ยิ่งโรคจิตก็ยิ่งชอบหลอกล่อสัตว์เลี้ยงของตนเอง
จู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็หัวเราะออกมา ส่ายหน้าเบาๆ ท่าทางมิอาจคาดเดา
“เจ้าหัวเราะอะไร?” สีหน้าของนายน้อยยิ่งเผยให้เห็นความประหลาดใจ เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเด็กสาวตรงหน้าจึงกล้าหาญชาญชัยเช่นนี้
“ข้าหัวเราะ…ข้าหัวเราะนายน้อยของกลุ่มเถาฮวาอู๋ ที่แท้เจ้าก็เป็นเพียงเศษสวะเท่านั้น ข้าหัวเราะเจ้าที่มีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศ แต่ทุกวันพระจันทร์เต็มดวงกลับต้องทุกข์ระทมเพราะถูกแมลงว่านฉงกัดกินกระดูก ข้าหัวเราะที่เจ้าต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรักษาสภาพกึ่งมนุษย์กึ่งสัมภเวสีเช่นนี้!”
ลำคอสีขาวยาวระหงอยู่ๆ ก็ถูกมือทั้งสองข้างของนายน้อยบีบเค้น
นิ้วมือออกแรงมากขึ้นจนหลินเมิ้งหยาหายใจได้อย่างยากลำบาก
ใบหน้าแข็งท