่อนเลยว่าพระชายาอวี้จะชื่นชอบการทรมานผู้อื่นเช่นนี้
“เอาล่ะ เริ่มทรมานได้” ไม่ต้องให้พูดซ้ำ มือของผู้ลงทัณฑ์ยกแส้ขึ้น “เพียะ” เสียงดังจากร่างของผู้ว่าการ
ขณะเดียวกัน เสียงร้องประหนึ่งหมูถูกเชือดดังระงมไปทั่วทั้งห้อง
หลินเมิ้งหยาสั่งให้คนนำเก้าอี้ตัวเล็กมาให้ จากนั้นหยิบเมล็ดทานตะวันขึ้นแทะด้วยท่าทางสบายๆ
“คนนั้น…ทางด้านซ้าย…ไปเปลี่ยนแส้เส้นใหม่ ทางขวา…จุ่มแส้ลงในน้ำเกลืออีก” แทะเปลือกเมล็ดทานตะวันพลางออกคำสั่งกับผู้ลงทัณฑ์
นางเพิกเฉยต่อเนื้อที่ฉีกขาดและเลือดที่ไหลอาบร่างของผู้ว่าการ ราวกับว่ากำลังมองดูมายากล
“ท่านอ๋อง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะ…” พ่อบ้านเติ้งมองดูผู้ว่าการที่กำลังอ่อนแรงลงด้วยท่าทางกังวล เขากลัวว่าหากทำเช่นนี้ต่อไป ผู้ว่าการจะต้องตายอย่างแน่นอน
“ไม่หรอก” หลงเทียนอวี้ยืนมองอยู่ภายใต้ความมืด เขารู้ดีว่าหลินเมิ้งหยาจะต้องใช้วิธีนี้ ทั้งหมดถูกจัดฉากขึ้นเพื่อทำให้ผู้ว่าการคิดว่านางมิได้ใส่ใจต่อความลับใดๆ ทั้งสิ้น
ทางเดียวที่จะหยุดความเจ็บปวดทรมานได้คือการคายความลับออกมา
เชื่อว่าอีกไม่นาน ผู้ชายคนนั้นจะต้องทนไม่ไหวอย่างแน่นอน
“เอาของที่อยู่ในปากของเขาออก ถามเขาดูว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่?” หลินเมิ้งหยาสั่งผู้ลงทัณฑ์ให้นำเศษผ้าออก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร หลินเมิ้งหยารีบร้องขัดขึ้น
“ไม่มีอะไรจะพูด ยัดเอาไว้เหมือนเดิมแล้วตีอีกครั้ง” ผู้ว่าการเหลือกตาโต คำพูดจุกอยู่ที่ท้อง นี