หยุด พวกเจ้าก็อย่าหยุด พ่อบ้านเติ้ง ไปเตรียมซุปโสมให้ข้า ใส่ยาจิ่นชวงเข้าไปด้วย อ้อจริงสิ ไปเตรียมไม้ก๊อกมาให้ข้าสิบกว่าอัน ขนาดใหญ่พอที่จะใส่ในปากเขาได้”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด
นี่ไม่เหมือนกับการทรมานเพื่อเค้นเอาข้อมูล แต่กลับเป็นการทรมานเพื่อความสนุกเสียมากกว่า
มองดูสายตาที่กำลังต่อต้านของผู้ว่าการ ทุกคนล้วนคิดว่าเหตุการณ์ต่อไปจะต้องตื่นเต้นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน
การถูกทรมานเพียงลำพังไม่น่ากลัว แต่ที่น่ากลัวคือความเจ็บปวดนั้นจะไม่มีที่สิ้นสุด
การไม่รู้ว่าตนเองจะต้องเจอเข้ากับการทรมานแบบไหน คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดและทำให้คนผู้นั้นสิ้นสติเร็วที่สุด
หากเป็นคนจิตใจอ่อนแอ สุดท้ายหากไม่โง่ก็กลายเป็นบ้า
“หากเจ้ายอมคายความลับออกมา ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างสบายหนึ่งวัน จากนั้นค่อยตีเจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าจะทรมานเจ้าทั้งวันทั้งคืน แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็อย่าได้เป็นกังวลไป ข้าไม่เหมือนพวกเขา วิธีทรมานที่ข้าใช้ ล้วนไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเคยพบเจอมาก่อน”
ดวงตาของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย นางจ้องมองนัยน์ตาของผู้ว่าการที่เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย
ตอนที่นางยังเป็นนักศึกษา นางเคยได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการทรมานมาก่อน
การบาดเจ็บทางกายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทรมานเท่านั้น แต่การถูกทำลายสติสัมปชัญญะต่างหากที่เป็นวัตถุประสงค์ของการทรมานที่แท้จริง
“อึก…ฮือ…ฮือ…ฮือ…” ผู้ว่าการไม่เคยคิดมาก