วมใส่ชุดจีนถูกมัดอยู่บนเสาเข็ม
ปากถูกยัดผ้าเอาไว้ ดูเหมือนว่าชีวิตตลอดหลายวันที่ผ่านมาจะยังอยู่ดีกินดี
ทว่าตอนนี้ดวงตากลมโตกลับเบิกกว้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังหวาดกลัวนาง ดังนั้นจึงพยายามดิ้นหนี
“แล้วแต่เจ้า เปิ่นหวังเพียงอยากได้ยินข้อมูลที่มีประโยชน์” พ่อบ้านเติ้งเคยพูดว่าวิธีการทรมานของหลินเมิ้งหยามีประสิทธิภาพยิ่งนัก
ทั้งทรมาน ทั้งมีกลอุบายที่แนบเนียน ประจวบเหมาะกับผู้ว่าการที่ปิดปากสนิทไม่ยอมเผยข้อมูลใดๆ อยากจะเห็นนักว่านางจะมีวิธีเช่นไร
“เพคะ”
หลินเมิ้งหยาหยุดยืนด้านหน้าผู้ว่าการ หัวใจกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะครุ่นคิดหาวิธี
นางยิ้มกว้างพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูของผู้ว่าการ จากนั้นกระซิบ
เพียงสองประโยคเท่านั้น ทว่าสีหน้าของผู้ว่าการกลับเปลี่ยนไป ดวงตาทั้งสองข้างตื่นกลัวราวกับเห็นผีขณะจับจ้องมองทางหลินเมิ้งหยา
“เข้ามา เอาแส้ชุบน้ำเกลือ เรามาทำให้ผิวหนังของท่านผู้ว่าการฉีกขาดกันก่อน”
เสียงหวานนุ่มนวล แต่กลับโหดร้ายอำมหิตดุจดั่งปีศาจ
แส้ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในสายตา บนตัวแส้มีหนามอยู่ถ้วนทั่ว หากถูกฟาดลงไปแล้วละก็ ผิวหนังและเลือดคงมิวายติดตามมา
ยิ่งจุ่มด้วยน้ำเกลือ ความเจ็บแสบยิ่งทวีคูณมากขึ้น
“พระชายา จะให้ตีกี่ทีพ่ะย่ะค่ะ?” ผู้ลงทัณฑ์กระซิบถาม
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับชำเลืองมองทางผู้ว่าการด้วยสายตามิยินดียินร้าย ดูเหมือนจะเตรียมใจต่อสู้เอาไว้แล้วสินะ?
ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
“หากข้าไม่สั่งให้