วามยากลำบาก ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา นอกจากหลงเทียนอวี้แล้วจะเป็นใครอื่นได้?
“ครอบครัวของพวกเขารู้ข่าวหรือยังเพคะ?” แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้จัก ทว่าหลินเมิ้งหยาไม่มีวันลืมหนี้บุญคุณในครั้งนี้
“ได้รับการปลอบขวัญเรียบร้อยแล้ว เปิ่นหวังจะทำให้พวกเขาไม่ต้องมีห่วงอีกต่อไป” หลงเทียนอวี้นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ใบหน้าหล่อเหลานิ่งขรึม ไม่มีใครมองออกว่าเขารู้สึกเช่นไร
“พวกเจ้าออกไปก่อน เปิ่นหวังมีเรื่องจะคุยกับพระชายา”
ภายในห้องจึงเหลือเพียงทั้งคู่
“ขอบพระทัยที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันเพคะ” นอกจากทั้งสามคนนั้น หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าตนเองควรเอ่ยคำขอบคุณเขา
“เปิ่นหวังมิได้ช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้เพื่อรอฟังคำขอบคุณหรอก ปกติเปิ่นหวังไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ข้างกาย ต่อจากนี้ไปเจ้าจะเป็นลูกน้องของเปิ่นหวัง” นัยน์ตาของหลงเทียนอวี้เย็นยะเยือก อันที่จริงเหตุการณ์ในวันนั้นเปรียบเสมือนบททดสอบของหลินเมิ้งหยา
แต่เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่า สุดท้ายแล้วคนเหล่านั้นจะอุกอาจถึงขั้นโจมตีจวนอวี้
“ท่านอ๋องรู้จักคนเหล่านั้นหรือเพคะ?” หลินเมิ้งหยาเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามหลงเทียนอวี้ด้วยความสงสัย
“หากคิดจะอยู่ข้างกายเปิ่นหวัง ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะต้องพบเจอกับความอันตรายมากมาย” ทั้งศึกภายในและภายนอกล้วนต้องประสบพบเจอทั้งหมด แม้หลินเมิ้งหยาจะฉลาดกว่าผู้อื่น แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงลูกสาวคนโตของตระกูล เรื่องบางเรื่องนางจึงยังมิเคยได้พบเจอ
“ข้า