่อแทบจะร้องไห้ คุณหนูอุตส่าห์รอดจากเหตุการณ์ไฟไหม้มาได้ แต่กลับจะตายเพราะน้ำมือของนางเอง
“พระชายา ดื่มน้ำเถิดเพคะ ท่านสลบไปนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว หมอหลวงต่างพูดว่าหากวันนี้พระองค์ยังไม่ฟื้น เกรงว่าจะต้องตระเตรียมงานศพแล้วล่ะเพคะ” น้าจื่นเยว่เข้ามาประคองหลินเมิ้งหยาที่ข้างเตียง ยกน้ำมาหนึ่งแก้ว จากนั้นป้อนหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ในที่สุดพละกำลังของนางก็กลับมาเล็กน้อย
เจ็ดวันเจ็ดคืน ทว่านางกลับอยู่ในภพชาติก่อนเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
“ข้า…ออกมาได้อย่างไร?” นางยังคงจดจำภาพเปลวไฟโหมกระหน่ำในสมองได้
จิ่นเยว่ยกถ้วยยาเข้ามา ก่อนจะเล่าเรื่องที่ถูกช่วยเอาไว้ให้นางฟัง
ที่แท้เปลวเพลิงลุกลามไปกว่าครึ่งเมือง ตอนที่ทหารองครักษ์ของจวนมาถึง คุกแห่งนั้นกลายเป็นทะเลเพลิงไปเสียแล้ว
ในช่วงเวลาวิกฤติ ท่านอ๋องมิสนใจคำทัดทานจากผู้ใด เขากระโจนเข้าไปในกองเพลิง สุดท้ายเขาช่วยมาได้เพียงหลินเมิ้งหยาและพ่อบ้านเติ้ง
ส่วนองครักษ์ผู้บริสุทธิ์ทั้งสามใช้ร่างกายกำบังร่างของทั้งสองคนเอาไว้ ดังนั้นหลินเมิ้งหยาและพ่อบ้านเติ้งจึงยังมีลมหายใจอยู่ได้
“ที่แท้…ก็เป็นแบบนี้” หัวเราะขมขื่น นางติดหนี้ชีวิตพวกเขาทั้งสาม
หากตนเองไม่อยู่ที่นั่นต่อแล้วละก็ บางทีทั้งสามอาจจะยังไม่ตาย
“เจ้าอย่าโทษตัวเองไปเลย พวกเขาได้ทำในสิ่งที่สมควรกระทำ” อยู่ๆ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นภายในห้อง หลินเมิ้งหยาหันหน้าไปทางประตูด้วยค