“วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้ ใครก็ได้เข้ามา หักคางของเขา ดึงกระดูกทั้งสี่แห่งให้หลุด ตอนกลางคืนเขาจะได้ไม่เอาหัวโขกกำแพงฆ่าตัวตาย ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีอะไรให้เล่นอีก”
หลินเมิ้งหยายกมือขึ้นปิดปาก ก่อนจะหาวออกมาเบาๆ
ทว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกลับตื่นกลัวจนฉี่ราด แม้จะจ้องมองหลินเมิ้งหยา ทว่าสายตากลับสะท้อนภาพปีศาจจากนรก
องครักษ์ของจวนรีบลงมือตามคำสั่ง เมื่อเสียงกระดูกหักดังขึ้น ร่างกายของเด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นสัตว์อันไร้ซึ่งกระดูกสันหลัง ร่างของเขาขดอยู่ที่มุมหนึ่ง
“วันนี้เหนื่อยมากแล้วจริงๆ พวกเรากลับกันเถอะ พวกเจ้าจับตามองเขาเอาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้หนีไปได้ เข้าใจหรือไม่?”
ทิ้งองครักษ์ไว้ที่นี่สองคนเพื่อยืนเฝ้าหน้าประตูคุกของเด็กหนุ่ม
ทันทีที่ออกจากประตูคุก ความเหนื่อยล้าถูกกำจัดออกไป หลินเมิ้งหยากลับมามีพละกำลังดังเดิม
นางหมุนตัว จากนั้นเข้าไปยังห้องขังอีกห้องหนึ่ง องครักษ์สองคนที่อยู่ด้านในกำลังโยนเนื้อหมูเข้าเตาถ่าน
กลิ่นเนื้อไหม้ที่ทำให้เด็กหนุ่มกลัวจนฉี่ราดคือกลิ่นของเนื้อหมูเหล่านี้
“พระชายา!” เมื่อหลินเมิ้งหยาเข้ามา องครักษ์ทั้งสองจึงลุกขึ้นยืนถวายคำนับ
คนที่ตามหลินเมิ้งหยาเข้ามาล้วนมีสีหน้าตื่นตะลึง องครักษ์ทั้งสองผงะ
“พระชายาฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก คิดไม่ถึงเลยว่าจะวางอุบายเอาไว้เพื่อให้เด็กคนนั้นพูดความจริง ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก” หลินขุยอดไม่ไ