“น้าจิ่นเยว่ ท่านไปขอเตาเล็กๆ มาจากเถ้าแก่ถงมาให้ข้าที ชาในถ้วยเย็นหมดแล้ว แม้แต่กลิ่นหอมสักนิดก็ไม่มี”
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็หันไปพูดกับจิ่นเยว่ จิ่นเยว่รีบเข้าไปจัดการตามคำสั่งอย่างคล่องแคล่ว หลินเมิ้งหยาหันหน้ากลับมาอีกครั้งพลางจ้องมองถังหวังสื่อ
“ครอบครัวของเจ้ามีใครบ้าง?” หลินเมิ้งหยายกแก้วชาด้านหน้าขึ้นจิบเล็กน้อย สีหน้าของนางยังคงเป็นปกติ
“ตอบนายหญิง ครอบครัวของข้าน้อยยังมีลูกชายที่ไม่ได้ความอีกคนหนึ่งเจ้าค่ะ” ถังหวังสื่อยังคงตอบคำถามด้วยความระมัดระวัง ทว่าสมองเริ่มปรากฏให้เห็นถึงความยินดี
“โอ้? แต่งงานมีเมียแล้วหรือ?” จิ่นเยว่มองหลินเมิ้งหยาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก เหตุใดพระชายาจึงเอ่ยถามถึงครอบครัวของทาสผู้นี้?
“ตอบนายหญิง ครอบครัวของข้าน้อยยากจน ดังนั้นลูกชายจึงยังไม่ได้แต่งงานเจ้าค่ะ”
ลูกตาของหลินเมิ้งหยากลอกไปอีกทาง นางไม่หันไปมองถังหวังสื่ออีก
“เอาล่ะ เจ้าออกไปได้” ก้มหน้ามองน้ำในถ้วยชา ราวกับว่าหลินเมิ้งหยาไม่คิดจะเอ่ยอันใดออกมาอีก
ถังหวังสื่อโขกศีรษะลงบนพื้นเพื่อถวายคำนับอีกครั้ง ขณะที่หยาผอกำลังจะหมุนตัวออกไปเรียกสาวรับใช้คนต่อไป นางกลับได้ยินเสียงแก้วชาร่วงหล่นลงพื้น
“แกร๊ง” เสียงดังขึ้น ประตูภายในห้องถูกปิดลง ทหารองครักษ์สิบกว่าคนพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดาบในมือถูกยกขึ้นขณะปิดล้อมพื้นที่
“ห้ามขยับเขยื้อน!” เสียงเย็นชาดังขึ้น ผู้หญิงภายในห้องที่ได้เห็นสถานการณ์น่าหวั่