จิ้งเยว่เป็นคนมีความละเอียดรอบคอบ แม้ปกติมักจะเงียบไม่พูดไม่จา แต่ทุกคำพูดของนางกลับแทงใจเป็นอย่างมาก
คำว่าอ๋องจงซานสามคำนี้เสมือนปุ่มเปิดปิดอย่างไรอย่างนั้น นัยน์ตาของพระสนมเต๋อเฟยฉายชัดให้เห็นถึงความหวาดกลัว
แต่เพียงไม่นานก็กลับเป็นปกติ
“บนโลกใบนี้มีสิ่งที่คล้ายคลึงกันมากมายนัก อีกอย่างเด็กคนนั้นจะรู้เรื่องราวที่เป็นความลับเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าว่าเจ้าคิดมากเกินไปแล้ว”
“เหนียงเหนียง แม่เลี้ยงของเด็กคนนั้นเป็นคนของฮองเฮานะเพคะ ถ้าเป็นฮองเฮาที่พูดออกมาแล้วละก็ เบาะแสก็หาได้ไม่ยาก!”
ฮองเฮา!
‘ตึกตัก’ หัวใจของพระสนมเต๋อเฟยสั่นระรัว นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง หากฮองเฮารู้เรื่องเข้าละก็ จะต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
“ไม่!”
“เหนียงเหนียง ถึงอย่างไรก็ระวังเอาไว้ก่อนเถิดเพคะ” คำพูดของจิ้งเยว่ทำให้เกิดเงาดำครอบคลุมทั้งหัวใจของพระสนมเต๋อเฟย
สีหน้าขาวซีดเล็กน้อย ความกระวนกระวายบนใบหน้าเมื่อครู่เริ่มจางหายไป บางทีจิ้งเยว่น่าจะเดาเรื่องเหล่านี้เอาไว้หมดแล้ว
“รอดูก่อนแล้วกัน หยาเอ๋อร์เป็นเด็กฉลาด เปิ่นกงเองก็ชอบนางมาก เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
หลินเมิ้งหยาที่กำลังอารมณ์ดีมิอาจรู้เลยว่านิยายเรื่องหนึ่งที่ตนเองได้เล่าออกไป จะทำให้หัวใจของพระสนมเต๋อเฟยรู้สึกเสมือนถูกหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปแล้ว
การซื้อข้าทาสเป็นเพียงเรื่องภายในบ้านเท่านั้น
ทำเพียงขออนุญาตท่านอ๋อง เมื่ออีกฝ่ายมิได้คัดค้าน หลังจากรับประทานอาหา