“พระชายา ท่าน…” จิ่นเยว่อ้ำอึ้ง ราวกับคนมีเรื่องต้องการจะพูด
ทว่าเจ้านายและบ่าวรับใช้คนอื่นกลับแสดงท่าทางยินดีกับการร่ำรวยเป็นเศรษฐี
จิ่นเยว่ยิ้มพลางส่ายหน้า ถอนตัวกลับ ก่อนจะปิดประตูใหญ่ของตำหนัก แม้พระชายาจะปฏิบัติตนอย่างไม่สุภาพ ทว่าท่านอ๋องมิได้ว่ากล่าวอันใด แต่กลับปฏิบัติกับพระชายาเป็นอย่างดี
เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องที่สามีภรรยาเท่านั้นที่รู้ได้
ดูท่าอีกไม่นานพระสนมเต๋อเฟยจะได้เป็นพระอัยยิกาแล้ว!
แม้หลินเมิ้งหยาจะเพิ่งแต่งงานเข้ามา แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นทองแท้ที่เหมาะสมจะเป็นนายหญิงของตำหนักหลังนี้
พ่อบ้านประจำตำหนักนามว่าเติ้งอวิ๋น นำเงินจำนวนสามร้อยสองตำลึงมาส่งมอบให้ที่ตำหนักชิงหลานด้วยตนเอง
“ถวายคำนับพระชายา ขอให้พระชายาอายุยืนหมื่นปี” เติ้งอวิ๋นอายุห้าสิบกว่าปีแล้ว รูปร่างหน้าตาธรรมดา ทว่าสีหน้าของเขากลับเข้มงวดตลอดเวลา
ขณะเดียวกันเขาเป็นคนสนิทของหลงเทียนอวี้ แต่ก่อนเคยทำงานอยู่ในกองทัพ ดังนั้นลักษณะท่าทางจึงยังหลงเหลือความเป็นทหารเอาไว้
เหตุเพราะด้านหน้าเขาในเวลานี้ถือว่าเป็นเจ้านายคนหนึ่งของตนเอง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงท่าทางต่อต้าน แต่กลับให้ความเคารพ
“พ่อบ้านเติ้งลุกขึ้นเถิด ต่อไปนี้ทุกคนล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องมีพิธีรีตองให้มากความ ใครก็ได้เข้ามาที เอาเก้าอี้มาด้วย”
ในห้องที่อบอุ่น หลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนตั่งนุ่มนิ่ม นางสวมใส่ชุดสีขาว ทางด้านซ้ายคือจิ่นเยว่แล