ไพ่ที่พระชายาเล่นช่างแปลกประหลาดนัก ข้าน้อยไม่เคยเห็นเลยพ่ะย่ะค่ะ” เย่แอบมองอยู่ในมุมลับนานสองนาน เสียงที่ได้ยินมีเพียง ‘เรียง’ ‘ตอง’
ทว่าตามรายงานของหน่วยสอดแนม หลินเมิ้งหยาถือกำเนิดและเติบโตในจวนสกุลหลิน แน่นอนว่านางมิได้ย่างกรายออกไปที่ใด แล้วคนแบบนี้จะเล่นไพ่ที่แม้แต่เย่ยังไม่รู้จักได้อย่างไร?
ตกลงมันคืออะไรกันแน่?
“เจ้าแอบตามข้ามาเงียบๆ” แววตาสงบนิ่ง หลงเทียนอวี้กระโดดขึ้นไปบนหลังคา เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็ปรากฏที่บนหลังคาของตำหนักชิงหลาน
เย่รีบตามหลัง ภายในห้อง การกระทำของทั้งสามตกอยู่ในสายตา
“ตองสาม คู่ห้า” สีหน้าของหรูเยว่เผยให้เห็นความภาคภูมิใจ ก่อนจะหยิบไพ่ห้าใบออกมา
ภายในห้อง ทั้งสามนั่งล้อมกันเป็นวงบนโต๊ะ แสงเทียนเผยให้เห็นสีหน้าสนุกสนานของพวกเขา
“ผ่าน” หลินจงอวี้มองไพ่ในมือของตนเอง ส่ายหน้า ทว่าสายตากลับเผยให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอก
“ตองสี่ คู่หก!” หลินเมิ้งหยาหยิบไพ่ในมือออกมาห้าใบ ก่อนจะฟาดลงบนโต๊ะ
ขณะเดียวกัน หรูเยว่เบะปาก ก่อนจะแสดงท่าทางไม่อยากจะยอมรับ
หลงเทียนอวี้จ้องมองไพ่สีฟ้าบนโต๊ะอย่างละเอียด ด้านบนไพ่ขีดเขียนสัญลักษณ์เอาไว้ แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร ทว่าพวกเขาทั้งสามกลับเล่นกันอย่างสนุกสนาน
“ฮือ ฮือ คุณหนู ข้าจะไม่ยอมเป็นเจ้ามืออีกแล้ว! เกลียด เกลียด เงินสิบสองตำลึงจะหมดเพราะพวกท่านแล้ว ข้าไม่อยากไปซื้องาที่เฉิงซีหรอกนะ!” เสียงร้องไห้ดังระง